Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 25/06/2017

Scroll to top

Top

My Chevening Year: ที่มาและที่จะไป

My Chevening Year: ที่มาและที่จะไป

DSC08941
1. มีความคิดอยากไปเรียนมานานมากๆ แล้ว แต่สนุกกับงาน และเข้าใจมาตลอดว่าอย่างเราคงไม่มีปัญญาได้ไปเรียนเมืองนอก เพราะจบมาเกรดไม่ดี ไม่ดีมากๆ จบ 2.52 เกรดแบบนี้ไม่มีใครกล้าคิดไปขอทุนไปเรียนที่ไหนหรอก และถ้าไม่ได้ทุนก็คงไม่กล้าไปเรียนต่างประเทศ เพราะแพงมาก เกรงใจพ่อแม่บ้างอะไรบ้าง ส่วนในประเทศก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนะ แต่ยังไม่รีบลงเรียนเพราะการเรียนโทมันไม่ได้ทำบ่อยๆ ไง เลยค่อยๆ ตัดสินใจ เรียนทั้งทีก็เอาให้ดีที่สุดที่เราทำได้
2. สามปีที่แล้วรู้จักทุน Chevening เป็นทุนเดียวที่ไปไล่ๆ ดูแล้วไม่มีเงื่อนไขว่าต้องจบเกียรตินิยม เลยมีความหวังขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังยากอยู่ คือทุนนี้ประมาณว่าเปิดประตูให้เราเข้าไปสมัครได้บ้างหนะ ที่เหลือไม่ให้เลย
3. ทุน Chevening เป็นทุนของรัฐบาลอังกฤษ จ่ายค่าเรียนให้หมด มีค่าข้าวให้เดือนละพันปอนด์ (ถ้าลอนดอนได้พันสอง) เรียนจบกลับมาไม่ต้องใช้ทุน มีทุนให้ทุกปี ปีละสามสิบคน

4. เออ คือทุนมันเจ๋งมากและเราก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมาก เลยลองสมัครไป จำได้เลยว่าสมัครไปครั้งแรกตอนสิ้นปี 2012 สมัครไปแบบโง่ๆ ที่ว่าโง่ๆ ที่ว่าคือทำทุกอย่างเสร็จก่อนเดดไลน์ 7 วัน รวมจดหมายและสารพัดเอกสารต่างๆ
5. มีนาคม 2013 ประกาศผลรอบแรกออกมา “ได้ครับ” ผ่านรอบแรกครับ งงชิบหายเลยครับ กูได้ได้ไงวะ แต่ปีนั้นได้แบบงงๆ คือยังไม่มีคะแนน IELTS ยังไม่ได้สมัครมหาลัย ยังไม่รู้จะเรียนอะไร หลังจากได้มาแล้วก็ยังสองจิตสองใจ ไปไม่ไป จนมีคืนนึงในออฟฟิศที่เนชั่น กำลังนั่งจัดการเรื่องเรียนนี่แหละ เจ้านายตอนนั้นเห็นเข้า ก็ถามว่าทำอะไร เราก็บอกไปว่าทำเรื่องเรียนต่อครับ เจ้านายก็บอก (หรือแซว หรือยังไงไม่รู้) มาว่า “อ้าว ทีวีดิจิทัลจะเริ่มแล้ว จะทิ้งบริษัทไปหรอ!” เลยตัดสินใจ ยังไม่ไปเรียน ส่งเมลไปบอกสถานทูตว่าขอยกเลิกนัดสัมภาษณ์นะครัช ให้เหตุผลไปอย่างหล่อว่ายังไม่มั่นใจในอนาคต ไม่อยากไปกั๊กที่กั๊กทาง candidates คนอื่น (เหยดแหม… มึงไม่ไปโควต้าเขาก็เท่าเดิมนะ 5555)
6. สรุปตัดสินใจ ยังไม่ไปในปี 2013 ตั้งใจว่าไว้ค่อยไปเรียนปี 2014 ก็ได้ ตลอดปี 2013 ก็ไล่สมัครมหาวิทยาลัย สอบ IELTS จนคะแนนผ่าน ตามหาหัวใจว่าอยากเรียนคณะไหน จนได้ที่เรียน เตรียมสมัครทุน Chevening นี้อีกครั้ง หมายมั่นว่าปีนี้จะไปให้ได้ ขนาดปีที่แล้วเตรียมตัว 7 วันยังได้ ปีนี้เตรียมตัว 7 เดือน เสร็จโก๋แน่ๆ

7. มีนาคม 2014 ประกาศผล…. ไม่ได้

เชี่ย อึ้งไปเลยกู ทำไมไม่ได้วะ ปีก่อนได้โคตรง่าย ปีนี้ทำไมไม่ได้ แผนเผินทุกอย่างที่วางไว้พังทลายหมด โอ้ยยย ตอนนั้นช็อคมาก เอาเมลที่เขาปฏิเสธมาไล่อ่าน 5-6 รอบ เราอ่านผิดตรงไหนปะวะ แม่งงง ไม่ได้จริงๆ หวะ ใครเคยเจอเมลปฏิเสธพวกนี้จะเจอคำว่า “Unfortunately” เป็นคำแสลงใจคำโต คำนั้นโคตรทิ่มแทงหัวใจ ไม่ได้ ไม่ได้ ยังไงต่อหละทีนี้ ไอ้ทีวีดิจิทัลที่เคยทิ้งทุนเพื่อมาทำก็ร่อแร่ เจ้านายคนนั้นก็ไม่อยู่แล้ว หน้าที่การทำงานและอนาคตในบริษัทก็ตีบตัน แอร่ก… แต่จะให้จ่ายเงินไปเรียนเองก็ไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องทำใจ

รออีกปีละกัน

8. อะ ปลายปี 2014 สมัครทุน Chevening อีกรอบ (ใครที่ตาม FB คงรำคาญเราอัพสเตตัสเรื่องจะไปเรียน) (แล้วเราดันก็เป็นคนปกปิดอะไรไม่ค่อยเป็น ใครถามว่าช่วงนี้ทำไรก็ตอบไปตรงๆ ตลอดว่าทำเรื่องเรียน สมัครทุน คือไม่กลัวหน้าแหกบ้างเลยถ้าไม่ได้ คนอื่นเขาก็เงียบๆ จนได้ทุนกันนะ หลายคนไม่เจอกันปีนึงถึงกับถามว่า อ้าว มึงยังไม่ได้ไปอีกหรอ กูนึกว่ามึงไปเรียนกลับมาแล้วนะเนี่ย) (เออ กูก็นึกอย่างงั้น T.T)

9. ภาพข้างบนนั้นคือภาพที่สถานทูตอังกฤษปลายเดือนที่แล้วครับ เป็นวันไปรับสิ่งที่ Chevening เรียกว่า Final Award Letter ซึ่งเป็นจดหมายยืนยันการให้ทุนไปเรียนที่อังกฤษหนึ่งปี ใช่ครัช ผมได้ทุนแล้ว ได้สักที T.T ผมจะไปเรียนคณะ International Journalism ที่ City University London ครับ ตั้งอยู่ในเมืองลอนดอน (เออ… แมนเชสเตอร์ละมั้ง)

10. ปีที่เราได้ก็มีเพื่อนคนนึงมาสมัครทุนนี้ เพื่อนคนนี้ศักยภาพสูงมากและคู่ควรที่จะได้อย่างมาก แต่พลาดไป เราบอกไปว่าให้คิดซะว่าขั้นตอนการสมัครทุนมันนาน 2 ปีนะ ปีนี้เอาใหม่เรามั่นใจว่านายทำได้ เหมือนของเรา เราก็คิดซะว่าขั้นตอนการสมัครทุนมันนาน 3 ปี ระหว่างที่พลาดก็ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และการไม่ได้ไปเรียนปี 2013-15 ก็อาจจะมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ก็ได้
11. เช่นถ้าเราไปเรียนตั้งแต่ได้ทุนปีแรก ปีนั้นคือปี 2013-14 เราจะได้ไปดูแมนยูไนเต็ดถึงสนาม ในห้วงเวลาที่ เดวิด มอยส์ เป็นผู้จัดการทีม หึหึหึ ยี่สิบปีที่กูเชียร์ทีมนี้มา กูต้องมาดื่มด่ำในฤดูกาลที่มึงได้ที่ 7 หรือนี่ เอาจริงๆ เอาแค่ข้อนี้ก็ช่วยปลอบใจเรามาได้ตลอด 2 ปี ว่าฮ่าฮ่าฮ่า
12. และการแห้วมาสองปี ทำให้เราเตรียมตัวอะไรได้ดีหลายอย่าง เช่นเรืองงาน การไปเรียนรอบนี้เราก็จะยังมีงานออกอยู่เหมือนเดิม ตามนี้
บทความใน GQ เดือนละครั้ง (เขียนเรื่องกีฬา)
บทความใน a day เดือนละครั้ง (เขียนเรื่องสื่อและชีวิตนักข่าว)
และบทความใหม่ในส่วนออนไลน์ ของ a day (เขียนเรื่องลอนดอน อังกฤษ​ และตามแต่ที่ที่เราจะไป)
และ (ใครสอนให้และสองครั้งติด) และรายงานทางเนชั่นทีวี เดือนละ 3-4 ครั้ง แล้วแต่ประเด็นและกำลังที่มี

ยังไงก็อวยพรให้ผมโชคดีด้วยครับ ตื่นเต้นกับหนึ่งปีนี้มาก แต่ก็อะไรๆ ก็คงไม่ง่ายไปซะหมด
ใครผ่านไปแถวๆ ลอนดอนช่วงเดือนกันยาปีนี้ ถึงตุลาปีหน้า ก็ทักทายมาได้นะครับ เผื่อมีโอกาสได้พบเจอกัน