Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 25/06/2017

Scroll to top

Top

ความแตกต่างทางการเมืองของคนในครอบครัว (ตอนที่ 2: แม่-ลูก)

ความแตกต่างทางการเมืองของคนในครอบครัว (ตอนที่ 2: แม่-ลูก)

ความแตกต่างทางการเมืองของคนในครอบครัว (ตอนที่ 2: แม่-ลูก)

ต่อจากตอนที่แล้ว เรื่องความแตกต่างทางการเมืองของคนใกล้ตัว กับคู่แรกที่เป็นเพื่อนร่วมงาน
ใครยังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว แนะนำให้อ่านก่อน เพิ่มความเต็มอรรถรส

ส่วนคู่ที่สอง เป็นคู่แม่ลูก

ความคิดทางการเมือง
ตัวคุณแม่ ทุกวันนี้ยังออกมานอนค้างที่ราชประสงค์ เป่านกหวีดเชียร์ลุงกำนันอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ส่วนคุณลูก แม้จะยังไม่เคยได้เข้าร่วม แต่ใจก็เอนเอียงไปกับกลุ่มจุดเทียน เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์

การคุยกับแม่ลูกคู่นี้ เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมันส์ ทั้งสอเป็นคู่แม่ลูกที่ไม่มีแอ๊บ คิดยังไงพูดออกมาอย่างงั้น ผมสังเกตท่วงทำนองของการพูดคุย แลดูว่าในช่วงสนทนา ฝ่ายลูกจะเป็นคนยอมให้แม่ แต่พอคุยกันแล้วเสร็จ ก็จะยังยึดมั่นในจุดยืนเดิมอยู่

คุณแม่ สมคิด วันฤกษ์ เกิดที่จังหวัดชุมพร สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันขายทุเรียนกวนอยู่ที่จังหวัดนครปฐม คุณแม่สมคิดส่งลูก การ์ตูน – ชิดชนก วันฤกษ์ เรียนจนสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และกำลังศึกษาระดับปริญญาโทด้านปรัชญาเช่นเดียวกัน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
954519_10202440163617784_1957832566_n
พื้นฐานของทั้งสองคนต่างกันพอสมควร แต่ก็พันผูกไว้ด้วยสายใยของความเป็นแม่-ลูก

การ์ตูนบอกว่าตั้งแต่ช่วงที่เรียนปริญญาตรี เธอถูกสอนให้ถกเถียง พูดคุยกันด้วยเหตุผล ทำให้การ์ตูนติดนิสัยนั้นกลับมาใช้ที่บ้าน ถกคิดกับคนรอบข้างในครอบครัวอยู่บ่อยๆ เผอิญว่าคนรอบข้างของการ์ตูนส่วนมากเป็นซีกมวลมหาประชาชน เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้หลายครั้งเธอถูกแซวว่าเป็นพวกเสื้อแดงไปแล้ว ซึ่งเธอก็บอกว่าไม่มีปัญหา โดยเฉพาะกับคุณแม่ที่เป็นมวลมหาประชาชนสายฮาร์ดคอร์ ที่พอถกการเมืองกันได้ถึงจุดหนึ่งแล้วก็จะหยุด ยอมรับในความแตกต่างกันได้

ในการพูดคุยการเมืองส่วนมาก แม้การ์ตูนจะหยิบยกสารพัดความรู้ที่ได้จากการเรียน แต่หลักที่คุณแม่ยึดไว้ยันเหตุผลของการ์ตูน คือเรื่องของชีวิตจริง ที่ไม่เหมือนกับในตำรา คุณแม่จะย้ำเสมอว่าสิ่งที่ร่ำเรียนมากับชีวิตจริง มันจะเป็นคนละอย่าง ในหนังสือกับภาคปฏิบัติบ่อยครั้ง มันไม่เหมือนกัน คุณแม่เอาตำราชีวิตมาอธิบายความคิดทางการเมือง

แม้จะต่างกันแค่ไหน แต่การ์ตูนก็ย้ำว่า จะไม่มีวันโกรธเกลียดคุณแม่ การ์ตูนบอกว่าเธอรักคุณแม่ เพราะแม่คือคนที่เลี้ยงดูเธอมาตลอดชีวิต ทุกวันนี้ทั้งสองคนยังแสดงความรักให้แก่กันตลอด เวลาคุณแม่ไปม็อบ การ์ตูนก็จะโทรหา โทรเช็ค ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง มีห้ามไปบ้างในบางวันที่การ์ตูนได้ยินข่าวความรุนแรงหนาหู ซึ่งสุดท้ายคุณแม่ก็จะไม่ฟัง ยังยืนยันว่าตัวเองรู้ซอกรู้มุม รู้ว่าควรจะหลบหลีกฉีกหนีอย่างไรเวลาเกิดเหตุปะทะ

การ์ตูนยังเล่าอีกว่าแต่ไหนแต่ไรมาคุณแม่มีนิสัยโอบอ้อมอารี มีอะไรก็แบ่งปันเพื่อนบ้านและคนรอบข้างเสมอๆ
แถวบ้านที่นครปฐม ก็มีคนเสื้อแดงอยู่ไม่น้อย แต่แม่ไม่เคยเอาเรื่องการเมืองมาเป็นสารัตถะเลย
แม่สอนเสมอว่าความแตกต่างทางการเมือง
เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในการได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันเท่านั้น
เป็นเรื่องเล็ก ที่ไม่เคยมาบดบังเรื่องใหญ่เรื่องอื่นๆ ในชีวิต

อีกหนึ่งอย่างที่การ์ตูนกับคุณแม่ยังได้ข้อสรุปร่วมกัน
คือเอาเข้าจริงๆ แล้ว ความแตกต่างทางการเมือง การพูดคุยถกเถียงเรื่องบ้านเมืองตลอดเวลานี้ รังกลับทำให้ทั้งสองคนรักและเข้าใจกันได้มากขึ้นซะอีกด้วย

เพราะนอกจากการได้แสดงความเป็นห่วงซึ่งกันและกันแล้ว
การพูดคุยทางการเมืองทำให้ทั้งสองคนเห็นถึงความหวังดีต่อบ้านเมืองผ่านมุมมองของแต่ละคน
ซึ่งแม้จะแตกต่างกันแต่มันก็ยังเป็นความหวังดีอยู่
และการได้เห็นถึงความหวังดีต่อบ้านเมืองตรงนั้น ก็ทำให้ทั้งสองคนเห็นในด้านดีของแต่ละคนมากขึ้น
คนเราพอเริ่มต้นที่ความรัก และความหวังดีต่อประเทศชาติแล้ว จะจบลงด้วยความเกลียดชังกัน ก็คงไม่ถูกต้องนัก