Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 25/06/2017

Scroll to top

Top

เจาะตัวละครฮอร์โมนส์ (2): ของขวัญและสไปรท์ #hormonestheseries

เจาะตัวละครฮอร์โมนส์ (2): ของขวัญและสไปรท์ #hormonestheseries

ที่เห็นและเป็นอยู่
เจาะตัวละครฮอร์โมนส์ 2: ของขวัญและสไปรท์
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

กุ๊ก – ธนีดา หาญทวีวัฒนา ดูบทของขวัญและสไปรท์
กุ๊กเป็นหนึ่งในสองคนแรกที่เข้ามาร่วมริเริ่มเขียนบทให้กับฮอร์โมนส์พร้อมกับปิง ตามคำชวนของพี่ย้ง กุ๊กพูดติดตลกในรายการเปิดหน้าคุย ว่าตัวเองรีบแย่งบทสองสาวนี้มาดูแลก่อนคนอื่นเพราะชอบ และแรงผลักดันของการเขียนบทให้ออกมาในทิศทางนี้ คือการอยากเห็นตัวละครสองแบบนี้ในจอโทรทัศน์

กุ๊ก-ธนีดา หาญทวีวัฒนา

กุ๊ก-ธนีดา หาญทวีวัฒนา

สไปรท์
“เราได้ข้อมูลมาว่ามันมีคนที่สามารถคุยทุกเรื่องกับคุณแม่ได้จริงๆ”

1001883_688299904520168_2007289698_n

เด็กแบบสไปรท์นี่มีอยู่จริง?
มีจริงค่ะ เชื่อว่าคนที่ดูอยู่ก็จะรู้จักคนรอบข้างที่เป็นแบบนี้จริงๆ บทผู้หญิงที่ถือว่ามีสิทธิในร่างกายของเขาในการมีเพศสัมพันธ์แม้มันอาจจะไม่ตรงกับบริบทของสังคมไทย แต่มันมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ เราเลยอยากลองพัฒนาต่อไปให้เห็นว่าครอบครัวของเขาเป็นอย่างไร ซึ่งตัวอย่างในฮอร์โมนส์ พื้นฐานของสไปรท์ก็คือการที่มีแม่ที่มีความคิดคล้ายๆ กันอย่างที่เห็นในละคร

สไปรท์เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ครอบครัวไม่สมบูรณ์ (ไม่มีพ่อ)
เราพยายามสร้างลักษณะของครอบครัว เพื่อช่วยสนับสนุนแคแรกเตอร์หลัก ให้มันสมจริงขึ้น สมเหตุสมผลมากขึ้น

บทสนทนาระหว่างสไปรท์กับแม่ จี้ดมากๆ ทำการบ้านยังไง?
เกิดจากสองอย่างบวกกันคือเราเจอกรณีศึกษาแบบนี้กับความต้องการส่วนตัวของกุ๊กเอง เราได้ข้อมูลมาว่ามันมีคนที่สามารถคุยทุกเรื่องกับคุณแม่ได้จริงๆ ทั้งเรื่องแฟน เรื่องเล่น แม้กระทั่งเรื่องไปนอนกับใครมา เราก็เลยอยากเปิดมิติใหม่กับสังคมไทย ว่าพ่อแม่สามารถคุยแบบนี้กับลูกได้นะ เปิดโอกาสให้ลูกได้สบายใจที่พูดคุยทุกๆ เรื่องกับพ่อแม่ มากกว่าที่จะไปคุยกับคนอื่น แล้วกุ๊กก็คิดแทนด้วยว่าถ้าเรามีแม่ที่คุยทุกเรื่องแบบนี้ได้ก็คงจะดี หรือถ้าเราเป็นแม่ เราก็คงดีใจที่ลูกมาเปิดอกคุยในทุกๆ เรื่องแบบนี้

(ปิงเสริม) อีกอย่างคือที่ผ่านมาคนมักจะมองว่า เด็กที่เป็นแบบนี้ครอบครัวต้องไม่ปกติแน่เลย แต่ในชีวิตจริงหลายคนที่เป็นแบบนี้ก็เติบโตมาในครอบครัวสมบูรณ์แบบ เราเลยตกลงกันว่าเราน่าจะลองเดินบทของเราไปในทิศทางใหม่ๆ บ้าง

จะบอกอะไรกับเด็กบอกว่าอยากยึดสไปรท์เป็นแบบอย่าง?
แม้ว่าฮอร์โมนส์เป็นละครที่สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคมของเราอย่างไร ไม่ว่าใครจะบอกว่านี่เหมือนเรื่องจริงมากขนาดไหน แต่จากใจคนเขียนก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครเป็นสิ่งที่สมมติขึ้นทั้งนั้น เราหยิบเอาสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ควรแก่การหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นที่คนในสังคมควรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและอาจจะช่วยกันหาทางออกในแบบที่แตกต่างกันออกไปขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนบท กำหนดให้ชีวิตตัวละครที่นิสัย ความเชื่อ พื้นฐานครอบครัวต่างๆ กัน มีเส้นทางการดำเนินชีวิตออกมาในรูปแบบต่างๆ กันให้น่าสนใจ แต่ไม่ได้แปลว่า เด็กทุกคนที่ทำแบบนั้น หรือเชื่อแบบนั้น จะมีชีวิตออกมาเป็นอย่างตัวละครในเรื่อง อาจจะมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าหรือแย่กว่าก็ได้ค่ะ อยากให้คิดให้รอบๆ ก่อนทำทุกอย่างทุกเรื่องนะคะ

ของขวัญ
“เวลาของขวัญเลือกทำอะไร ก็จะมาจากสิ่งที่เธอคิดว่าคนรอบข้างมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากทำ”

d2f328fa9875efca2524668bf6ac81ce

ครอบครัวไม่สมบูรณ์ เป็นลูกเมียน้อย
เราตั้งใจจะสื่อว่าในความเป็นจริงของโลก มันมีครอบครัวหลากหลายรูปแบบมากๆ คนเราสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยที่ครอบครัวไม่ได้มีพ่อแม่ลูกครบถ้วนแบบภาพที่หลายคนวางกรอบเอาไว้
ตัวของขวัญเองก็เป็นคนที่แคร์ภาพลักษณ์ของตนเอง เพราะพื้นฐานของขวัญเป็นคนที่ยึดติดกับสิ่งที่สังคมมองเข้ามาและตัดสิน เวลาของขวัญเลือกทำอะไร ก็จะมาจากสิ่งที่เธอคิดว่าคนรอบข้างมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งสิ่งที่ดีเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งที่ของขวัญได้รับการสั่งสอนมาจากแม่ จากสังคม ไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากทำ

จุดเปลี่ยน ความผิดพลาดในชีิวิต
พอถึงวันนึงที่ของขวัญต้องอยู่ในจุดที่ตัวเองไม่สมบูรณ์ ยิ่งเป็นความไม่สมบูรณ์จากเงื่อนไขที่สังคมกำหนด ความสุขที่เคยมีก็เลยหายไป เราก็เลยโยนให้แคแรกเตอร์นี้ไปเจอสถานการณ์ที่ทำให้สุดท้ายเขาได้เรียนรู้ว่าความสุขนั้นไม่จำเป็นต้องไปขวนขวายหาจากที่อื่น

มีทางแสดงความผิดพลาดเยอะ ทำไมเลือกให้ของขวัญลอกข้อสอบ?
เพราะของขวัญเป็นนักเรียน สิ่งที่ของขวัญตั้งใจที่สุดคือการเรียนให้ได้เกรดดีๆ พอถึงวันที่ปัญหาอยู่ตรงหน้า ของขวัญทำข้อสอบไม่ได้ ก็เลยเลือกที่จะโกงข้อสอบ
เรื่องนี้มันคือความสับสนของตัวแคแรกเตอร์ ที่ไม่รู้หาทางออกทางไหน ถ้าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นกับคนอื่นที่ไม่ใช่ของขวัญ เขาก็จะไม่หาทางออกด้วยทางนั้นแน่ๆ ตัวของขวัญเองนั้นรู้ว่าการลอกข้อสอบเป็นสิ่งที่ผิด แต่พอสถานการณ์นำพาตัวเองไปถึงจุดที่สติที่ดูเรื่องความผิดชอบชั่วดีของเขาเออเร่อไป ของขวัญเลยทำในสิ่งที่เวลามีสติจะไม่ทำ

ของขวัญหายโกรธแม่ง่ายจัง แล้วก็ไปทานข้าวกับครอบครัวใหญ่ง่ายเกินไปไหม?
ไม่ใช่ว่าง่ายนะคะ ตัวละครก็ได้เรียนรู้ชีวิตบนพื้นฐานของตัวละครแล้ว ขวัญเป็นเด็กที่มีทั้งไอคิวและอีคิวสูง จริงๆ ย้อนไปจะเห็นว่าหลังจากการรู้เรื่องที่บ้าน ขวัญก็เออเร่อไปหมด แต่ผลจากการกระทำ ทำให้ขวัญรู้ได้ว่าสิ่งที่เธอทำโดยไม่ได้นึกถึงแม่เลย แม่กลับรักและเป็นห่วงขนาดไหน จะว่าง่ายก็อาจจะง่ายจากมุมมองคนอื่นๆ ส่วนตัวคิดว่า ของขวัญแค่ได้เรียนรู้ที่จะมองโลกให้เทาขึ้น ภาพครอบครัวแสนสุข ที่เคยมีมันก็คือภาพที่เธอและสังคมวาดภาพสร้างขึ้นและยึดติดมัน ไม่มีอะไรที่ของขวัญทำได้ นอกจากจะยอมรับมันและมีความสุขเหมือนที่เคยเป็นค่ะ

แม่ของขวัญอนุญาตง่ายเกินไปหรือเปล่า?
ตามเรื่องคนดูจะเห็นออกมานิดๆ หน่อยๆ คือ มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เค้าตกลงกันเรียบร้อยไปหมดแล้วตั้งแต่ของขวัญยังไม่รู้เรื่อง หน้าที่ของพ่อที่มีต่อบ้านใหญ่อาจจะแค่เป็นพ่อของลูกๆ ไม่ได้เป็นสามีแล้วก็ได้ ซึ่งเราก็รู้พร้อมๆ กับขวัญ เราคิดแทนของขวัญว่าถ้าพ่อเราอยากให้ไป พ่อมั่นใจว่ามันจะดี ถามแม่แม่ก็โอเค ก็ไม่น่าจะติดอะไร
ประเด็นนี้มีคนถามกันมาก กุ๊กขอตั้งคำถามกับสังคมต่อไปว่าที่รู้สึกว่าง่ายอาจจะเพราะภาพครอบครัวแสนสุขที่เราเองก็ติดฝังใจไม่ต่างจากของขวัญหรือเปล่า

สไปรท์-ของขวัญ ทำไมไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างหญิง-หญิงบ้าง
เรื่องของขวัญกับสไปรท์น่าจะเป็นจินตนาการเฉพาะของคนดูมากกว่า เพราะตอนเขียนบทเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้นักแสดงคนไหนมาเล่น ส่วนประเด็นเรื่องเลสเบี้ยน จริงๆ ก็ถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่เราสนใจ แต่ยังไม่ได้นำมาใช้ในซีซั่นนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อว่าจะมีไหม

หมายเหตุ: รูปภาพประกอบโดย @ao_pawinee (ภาพบนสุด)