Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 22/08/2017

Scroll to top

Top

เจาะตัวละครฮอร์โมนส์ (1): วินและไผ่ #hormonestheseries

เจาะตัวละครฮอร์โมนส์ (1): วินและไผ่ #hormonestheseries

ที่เห็นและเป็นอยู่
เจาะตัวละครฮอร์โมนส์ 1: วินและไผ่
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

ทีมบทของฮอร์โมนส์ 5 คน แบ่งกันรับผิดชอบตามตัวละคร โดยที่แต่ละคนจะคอยดูทิศทางการดำเนินเรื่องของตัวละครที่ตัวเองรับผิดชอบว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ โดยรับฟังความเห็นจากคนที่เหลือ

ปิง – เกรียงไกร วชิรธรรมพร ดูบทวินและไผ่
ปิงเป็นหนึ่งสองคนแรกของทีมเขียนบทฮอร์โมนส์ ผู้กำกับเจ้าของผลงาน “เพื่อนไม่เก่า” ในซีซั่นที่สองปิงจะแบกรับความกดดันรับช่วงต่อจากพี่ย้งฐานะผู้กำกับซีรี่ส์สิบล้านวิวเรื่องนี้ สำหรับซีซั่นแรกปิงพูดติดตลกไว้ว่าตนเองต้องมารับผิดชอบดูแลบทของสองตัวละครที่ไม่มีใครเลือกที่จะรับผิดชอบ เพราะเป็นสองตัวละครที่มีความซับซ้อนพอสมควร

เกรียงไกร วชิรธรรมพร

เกรียงไกร วชิรธรรมพร

วิน
“วินจะมองตัวเองว่าอยู่เหนือกว่าทุกสิ่งรอบข้าง ซึ่งเกิดจากการที่วินเป็นคนที่สามารถจัดการกับคนรอบข้างได้”

 420

ทำไมวินเป็นคนแบบนี้?
ด้วยความที่เราตั้งใจให้วินเป็นศูนย์กลางของเรื่อง เลยดูว่าคนที่มาเป็นศูนย์กลางของเรื่องมันต้องเป็นเด็กปอปปูลาร์ประมาณหนึ่ง วินจะมองตัวเองว่าอยู่เหนือกว่าทุกสิ่งรอบข้าง ซึ่งเกิดจากการที่วินเป็นคนที่สามารถจัดการกับปัญหา จัดการกับคนรอบข้างได้ วินรู้ว่าต้องทำอะไรแล้วเพื่อนจะโกรธ ทำอะไรแล้วเพื่อนจะหายโกรธ

มีความเป็นขบถ
เป็นธรรมดาที่ทุกยุคสมัยจะมีเด็กที่ลุกขึ้นมาท้าทายกับอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เราอยากสำรวจว่าเด็กที่มีความขบถที่อยู่ในสังคมไทย สุดท้ายมันจะไปได้ไกลแค่ไหน ถึงจุดไหนที่เขาจะรู้สึกว่าหมดแล้ว เขาจะไม่ตั้งคำถามต่อแล้ว

ตอนจบวินเป็นตัวละครที่ไม่คลี่คลายที่สุด
วินเป็นคนที่พยายามจะฉีกตัวเอง พยายามท้าทายทุกอย่าง เราเลยทดลองผลักตัวละครนี้ไปให้สุดทาง เหมือนฉีกตัวเองออกไปจนไม่มีใคร แล้วพอถึงจุดที่ไม่มีใคร เราจะได้เห็นว่าสุดท้ายมันเคว้งคว้างแค่ไหน

ตอนสุดท้ายคนเริ่มสงสารวิน
ด้วยความซับซ้อนของตัวละครนี้ มันเลยมีจุดให้เราต้องคลี่คลายอีกมาก แต่จุดที่เราแฮปปี้คือคนเริ่มสงสารวิน แล้วต่อไปหลังจากนี้เราก็จะได้มาคลี่คลายกันว่าตัวละครนี้เป็นอย่างไร

มันเป็นการตีกรอบสร้างเงื่อนไขหรือเปล่าว่าถ้าขบถก็ต้องมาเจอกับปัญหา
เราไม่ได้คิดแบบนั้น เราแค่อยากลองโยนปัญหา โยนความท้าทายต่างๆ ไปให้ตัวละครตัวนี้จัดการ สุดท้ายแล้วเรามองว่าการขบถไม่ใช่สิ่งที่เราห้าม แต่ถ้าอยากขบถก็ต้องคิดให้มากพอ รู้จักตัวเองให้มากพอว่าขบถเพราะอะไร ถ้าคุณขบถโดยที่คิดไม่มากพอ ไม่เข้าใจว่าขบถอะไรอยู่ สุดท้ายมันก็อาจจะเจอปัญหาได้

ครอบครัววินเป็นแบบไหน?
บ้านวินมีฐานะ ทำธุรกิจ พ่อแม่เลยไม่มีเวลาให้ลูกมากนัก เห็นได้ในฉากที่วินอยู่กับพ่อแม่จะพูดคุยกันผิวเผินมาก ผิวเผินขนาดที่ว่ามีคนเข้าใจผิดว่าแม่วินคือเมียน้อย แต่ความจริงนั่นคือแม่ ครอบครัวก็เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ตัวละครนี้ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งจะค่อยๆ คลี่คลายในซีซั่นต่อไป

มีคำวิจารณ์ฝากมาว่าฉากที่ครูอ้อให้นักเรียนกินเหล้า ไม่เหมาะสม?
เรามองครูอ้อเป็นครูอีกแบบที่ไม่ได้สอนเด็กแบบชี้นิ้วตัดสินว่าอะไรดีไม่ดี แต่สอนให้เด็กรู้จักรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ เมื่อวินซื้อเหล้าเข้ามา ครูอ้อไม่ได้เห็นด้วย แต่ก็เลือกใช้วิธีตั้งกฎสองข้อแทน ว่าห้ามบังคับเพื่อนกิน และถ้าใครเมาต้องรับผิดชอบตัวเอง เรารู้สึกว่าเด็กมีหลายแบบ มีทั้งเด็กดีที่เชื่อฟัง เด็กดื้อที่ต้องการการกำราบ เด็กขบถที่ต้องการเหตุผล หรือเด็กที่อยากลองผิดลองถูกไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น โรงเรียนเองก็น่าจะต้องการครูหลายแบบเพื่อตอบสนองต่อเด็กต่างกลุ่ม ต่างกรรมต่างวาระกันไป ดังนั้นเรื่องจะเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่ดี ส่วนตัวเราเองคิดว่าอยู่ที่ผู้ทำตามด้วยว่าทำไปด้วยความเข้าใจแก่นของวิธีการนี้จริงๆ หรือทำตามอย่างผิวเผิน เป็นแค่การตามใจเด็กไป

ไผ่
“ไผ่ต้องก้าวข้ามความคิดเดิมๆ ของตัวเอง ซึ่งสำหรับเด็กคนหนึ่งแล้ว มันกล้าหาญและน่าชื่นชมมาก”

b7af97cef7ba8561da2cb9e52e2118b3

 

ชัดเจนในเรื่องของความรุนแรง
เราอยากพูดเรื่องการตีกัน เพราะที่ผ่านมาคนชอบมองว่ามีแต่เด็กอาชีวะเท่านั้นที่ีตีกัน คนเลยมองว่ามันไกลตัว แต่ความจริงเด็กโรงเรียนทั่วไปนี่ก็ตีกันเยอะ บวกกับตัวละครนี้ก็มาจากชีวิตจริงของต่อ (ธนภพ ลีรัตนขจร) ที่เคยผ่านช่วงชีวิตชกต่อยมาก่อนด้วย เราเลยพัฒนาบทผ่านชีวิตของต่อไปด้วย

ทำไมไผ่ถึงได้ชกต่อย?
จุดเริ่มต้นคือไผ่พยายามจะปกป้องจากหลายๆ สิ่งที่ไผ่รู้สึกว่ามันควรคู่แก่การปกป้อง เช่นศักดิ์ศรีของรุ่นพี่ ความรู้สึกของแฟนของเขา ความรู้สึกของเพื่อน มันเป็นความตั้งใจของเราที่พยายามที่จะมองเด็กกลุ่มนี้ในมุมใหม่ดู ว่าเด็กที่ใช้กำลังเขาก็มีเหตุผลของเขาหรือเปล่า หรือในทางกลับกันเราก็อยากโยนคำถามกลับไปให้กับเด็กที่ชกต่อยบางคน ให้เขาได้คิดว่าเขามีเหตุผลของเขาในการชกต่อยหรือเปล่าด้วย

ครอบครัวของไผ่มีผลต่อพฤติกรรมที่ชอบชกต่อยแค่ไหน
ตอนเขียนปูมหลังตัวละครเราคิดหลายอย่าง พื้นฐานความคิดเรานึกถึงคำที่พ่อของเราเองเคยสอนเราว่าเป็นลูกผู้ชายอย่าให้ใครมารังแก คำพูดแค่นี้มันตีความได้หลากหลายนะ อย่างเราไม่ได้กลายเป็นคนที่ไปชกต่อยกับใคร แต่เราก็ไม่ยอมให้ใครมารังแก ส่วนไผ่อาจจะตีความประโยคนี้ไปไกลกว่าเรา และเหมือนที่ได้บอกไปว่าเขาใช้ความรุนแรงเพราะมีอะไรสักอย่างต้องปกป้อง เราเลยให้ไผ่สนิทกับพี่สาวและแม่ แต่ห่างเหินกับพ่อ อย่างบ้านไผ่เองเราก็เจตนาให้มีส่วนออฟฟิศของพ่อแยกต่างหากออกมาจากตัวบ้าน ดังนั้นในชีวิตประจำวันของครอบครัวไผ่ จะอยู่กันสามคนคือ ไผ่ แม่ และพี่สาว เขาจึงรู้สึกไปโดยอัตโนมัติว่าเขามีหน้าที่ต้องคุ้มครองผู้หญิงของครอบครัวนี้ แล้วเมื่อถึงจุดที่พี่สาวของตัวเองโดนทำร้าย สำหรับไผ่ถือว่าเจ็บปวดมาก เพราะสิ่งที่เขาพยายามปกป้องกลับโดนทำร้ายจากการกระทำของตัวเอง

ไผ่ไปบวชแล้วเลิกต่อยตีเลย มันจบง่ายไปไหม?
ไม่ง่ายนะครับ ถ้าใครได้ดูดีๆ จะเห็นว่าไผ่ก็ไม่ได้บวชแล้วตรัสรู้เข้าใจโลกในทันที ในวัดไผ่ก็ยังทำสิ่งที่ผิดๆ อยู่ แต่ช่วงเวลาที่บวชเป็นพระนั่นทำให้ไผ่ได้อยู่กับตัวเองแล้วเริ่มต้นทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งนั่นเป็นหัวใจสำคัญ ตัวไผ่เองถ้าเข้าไปบวชแล้วไม่คิดเองก็ไม่จบ รวมถึงการที่ไปเคลียร์กับเด็กฝั่งตรงข้ามด้วย ถ้าตัวไผ่เองไม่กล้าที่จะพูดเองว่าขอจบ แล้วมันจะจบได้ไหม ทั้งหมดนี้ตัวไผ่เองก็ต้องก้าวข้ามความคิดเดิมๆ ของตัวเอง ซึ่งสำหรับเด็กคนหนึ่งแล้ว มันกล้าหาญและน่าชื่นชมมาก

ฉากรุมกระทืบพระ คนวิจารณ์เยอะไหม?
แมสเสจที่เราอยากจะสื่อออกไปในฉากนี้คือว่าการทำร้ายกันมันไม่ดีนะ ไม่ว่าจะเป็นการทำร้าย คน สัตว์ สิ่งของ ก็ตาม ซึ่งตอนฉายเราก็กังวลเหมือนกันว่าคนดูจะรับได้ไหม ซึ่งสุดท้ายคนดูก็เข้าใจ ฉากนี้แม้จะแรงแต่มันก็มีเหตุผลของมัน คือทุกฉากเราจะไม่มานั่งคิดว่าทำยังไงมันถึงจะแรง แต่เราต้องคิดทุกฉากให้มันมีเหตุผลรองรับมากพอ ซึ่งสุดท้ายคนดูก็เข้าใจและจ้องชมพี่ย้ง ที่ควบคุมทิศทางของมันได้ดีมากๆ

หมายเหตุ: ภาพวาดประกอบโดย Mindmel0dy

  • Wichit Buaban

    ตอนท้ายเรื่อง ไผ่เห็นต้าร์ซ้อมดนตรี ท่าทางจะสนใจไม่น้อย อย่างนี้ไผ่จะมาเข้าวงกับต้ารึป่าวน๊า ในss.2