Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 24/07/2017

Scroll to top

Top

Always United

Always United

อยากเขียนถึงแมนยูไนเต็ดมานานแล้ว แต่ก็ผลัดมาเรื่อย ผลัดมาจนถึงวันที่ไม่ได้”อยาก”เขียนแล้ว แต่ว่า”ต้อง”เขียนแทน ต้องเขียนด้วยความหงุดหงิดใจ

เชื่อว่าแฟนแมนยูไนเต็ดหลายคนคงหงุดหงิดใจ
หงุดหงิดกับความพ่ายแพ้ต่อแมนซิตี้1-0
หงุดหงิดที่ต้องหล่นมาอยู่อันดับ2
หงุดหงิดที่เราขว้างความได้เปรียบ8แต้มทิ้งลงทะเล
หงุดหงิดที่เราอาจจะไม่ได้คว้าแชมป์และหงุดหงิดที่ทีมที่มีโอกาสจะคว้าแชมป์คือแมนซิตี้

ผมก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน

ถ้า ไม่มีปาฎิหาริย์ที่นิวคาสเซิ่ล แมนซิตี้จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จ และที่ช้ำใจกว่านั้น คือแมนยูไนเต็ดจะปิดฤดูกาลมือเปล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่คุ้นชินอย่างมาก ย้อนกลับไปครั้งที่แล้วที่เราจบฤดูกาลมือเปล่า ก็เป็นช่วงที่สโมสรกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ่ายเลือดจากยุคที่2มาเป็นยุคที่3ของเซอร์อเล็กซ์ประเด็นเรื่องยุคสมัยของ ทีม

ผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ว่าปีนี้เป็นปีที่แฟนๆแมนยูไนเต็ดจะต้องตามเชียร์แบบทำใจหน่อยเพราะปีนี้ เป็นปีเปลี่ยนผ่านของสโมสร เป็นปีที่เรามีดาวรุ่งที่ดันขึ้นมาจากชุดเยาวชนหลายคน เป็นปีที่เราซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ที่ต้องการการปรับตัวอีกมาก เป็นการเปลี่ยนผ่านของแมนยูไนเต็ดในของอเล็กซ์ เฟอร์กูสันครั้งที่4 ซึ่งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผ่าน แฟนๆก็ต้องให้เวลากับทีมมากหน่อย ถ้ามองย้อนไปช่วงฤดูกาล2002-2004นั่นก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ้าใครจำไม่ได้ ก็ช่วงที่โรนัลโด้ย้ายมาใหม่ๆ ยังออกลูกเลี้ยงอยู่มาก ช่วงที่จตุรเทพผลัดกันพลาด จนมีปีหนึ่งแมนยูไนเต็ดหลุดไปอยู่ถึงอันดับ3 และคว้าน้ำเหลวไม่ได้แชมป์เลยซักถ้วย

ปี2011-2012ก็ไม่ต่างกันนัก เราต้องให้เวลากับนักเตะดาวรุ่ง ที่มีแทบครบทุกตำแหน่ง ทั้งเดเกีย, โจนส์, สมอลลิ่ง, ราฟาเอล, ฟาบิโอ, เคลฟเวอร์ลี่ย์, แอนเดอร์สัน, เวลเบ็ค ไปจนถึงชิชาริโต้ที่แม้จะพอพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว แต่กระดูกก็ยังไม่แข็งพอ ทั้งหมดนี้เป็นนักเตะที่เราต้องให้เวลาที่พวกเขาจะมีข้อผิดพลาด มากบ้างน้อยบ้าง แต่พวกเขาคืออนาคตของสโมสร และเป็นขุมกำลังที่แฟนบอลหลายทีมต้องอิจฉา

เลี่ยงไม่ได้ที่หลังจากนี้ก็จะมีข้อสงสัยจากแฟนบอลทีมอื่นๆ ว่านี่คือขาลงของแมนยูไนเต็ดหรือไม่ หรือว่านี่คือจุดตกต่ำของสโมสร แต่ในความเป็นจริงอะไรๆคงไม่เลวร้ายถึงขั้นนั้น

แน่นอนในถ้วยยุโรป เราตกรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง หลังจากเคยพลาดเช่นนี้ในปี2005-2006 จุดผิดพลาดสำหรับถ้วยยุโรปในปีนี้อยู่ที่การส่งผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามมากเกิน ไป อย่างที่เซอร์อเล็กซ์ออกมายอมรับว่าผิดพลาดที่ตั้งใจจะให้ดาวรุ่งมี ประสบการณ์ในถ้วยยุโรปบ้าง ซึ่งก็เป็นบทเรียนราคาแพงเพราะสุดท้ายเราก็ตกรอบแรก และสูญรายได้กว่า20ล้านปอนด์

แต่ในพรีเมียร์ลีก ถ้ามองตามสถิติแล้วสมมติแมนยูไนเต็ดชนะอีก2นัดที่เหลือ ปีนี้แมนยูไนเต็ดจะทำแต้มได้89แต้ม ซึ่งนั่นมากกว่าปีที่แมนยูไนเต็ดเป็นแชมป์หลายๆสมัย (8จาก12ครั้งที่เป็นแชมป์ทำแต้มได้น้อยกว่านี้) คือมาตรฐานของทีมก็ไม่ได้ตกหล่นลงไปจนน่าเกลียด เพียงแค่ว่าปีนี้มีแมนซิตี้ที่เป็นคู่แข่งที่พัฒนาขึ้นมามาก ทำให้การแข่งขันออกมาสูสี

สุดท้ายเรายังเหลืออีก2นัดให้ลุ้นกันอยู่ครับ เกมไปเยือนนิวคาสเซิ่ลของแมนซิตี้เป็นความหวังสุดท้ายของเรา ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แฟนผีอย่างเราก็จะยังให้การสนับสนุนนักเตะและผู้จัดการทีมของเราต่อไป

Win together.
Lose together.
Always United.