Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 29/04/2017

Scroll to top

Top

ลาว-กัมพูชา: บันทึกการเดินทางมาของทักษิณ

ลาว-กัมพูชา: บันทึกการเดินทางมาของทักษิณ

ที่เห็นและเป็นอยู่
ลาวกัมพูชา: บันทึกการเดินทางมาของทักษิณ
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

ทำข่าวการเมืองมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เดินทางไปทำข่าวพ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าใจถึงความเป็นบุคคลที่สะท้อนความเห็นที่หลากหลาย หรือที่ศัพทภาษาอังกฤษ์ในแวดวงข่าวคือ Divisive Figure หรือ Polarized Person เพราะตั้งแต่ก่อนไปทำข่าวการเดินทามาที่ประเทศลาวและกัมพูชาของคุณทักษิณ ผมได้รับการฝากฝังให้ทำภารกิจหลายอย่าง ตั้งแต่ฝากกอด ฝากให้กำลังใจ ฝากด่า ไปจนถึงฝากระเบิดพลีชีพไปเลย (แน่นอนว่าผมไม่ได้ทำอะไรสักอย่างจากสี่ฝากนั้น)

การไปเยือนเสียมราฐของทั้งแกนนำนปช.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย พยายามไม่แตะเรื่องการเมือง น่าจะมีสาเหตุมาจากความเกรงใจคนสองคน เป็นความเกรงใจของสองนายกหนึ่งนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรสองนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา สมเด็จฮุนเซ็นคนแรกเกรงใจ เพราะไม่อยากให้นายกยิ่งลักษณ์ที่ยังไม่ช่ำชองเรื่องเกมการเมืองนัก ต้องเจอกับภาวะงานเข้าระลอกใหม่

คนสองเกรงใจ เพราะมาเยือนถิ่นดินแดนเขา และนายกฮุนเซ็นก็ย้ำชัดว่าเวทีเสื้อแดงที่เสียมราฐครั้งนี้ ไม่ใช่เวทีทางการเมือง แต่เป็นคอนเสิร์ตฉลองสงกรานต์


แต่ท่าทีของแกนนำนปช
. ที่เอาแต่ร้องรำทำเพลงครั้งนี้ ถือว่าน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก

น่าผิดหวังกับความร่าเริงจนหลงลืมเนื้อหาสาระที่ตัวเองเคยพูด และละเลยหลายสิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่

เปรียบเทียบกับสมัยก่อนเป็นรัฐบาล นอกจากการโจมตีการทำงานของรัฐบาลของอดีตนายกอภิสิทธิ์แล้ว แกนนำนปช
.ก็ยังมีปราศรัยเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทางเศรษฐกิจ ปราศรัยบนเวทีอย่างหน้าดำคล่ำเครียด แต่เมื่อสลับบทบาทมาเป็นฝ่ายรัฐบาลแล้ว แกนนำนปช.กลับเน้นปราศรัยแบบสนุกสนานสุดเหยียด ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นก็เรียกว่าสนุกสุดๆจนลืมนึกถึงครูอังคณาไปเบยแจ้

การปราศรัยแบบสนุกสุดเหวี่ยงของแกนนำนปช.6เดือนหลังก้าวเข้ามาเป็นรัฐบาล ได้หลงลืมอะไรไปบ้าง?

หลงลืมประเด็นการนิรโทษกรรม ว่าตกลงแกนนำนปช.ว่าอย่างไร สนับสนุนการนิรโทษกรรมให้คุณทักษิณหรือไม่? แล้วมันจะกินวงกว้างไปจนถึงการนิรโทษกรรมให้คุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพหรือเปล่า?หลงลืมผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชุมนุม แน่นอนว่ามาตรการการเยียวยาที่ผ่านมาอาจจะช่วยได้บ้าง แต่การไร้เสียงทวงถามความยุติธรรมจากเหตุที่เกิดขึ้น นั่นแปลว่าแกนนำนปช.พึงใจกับกระบวนต่างๆที่เป็นไปแล้วหรือ?
สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่แกนนำนปช
.เคยพูดมาตลอด2ปีที่ผ่านมา พูดบนเวทีชุมนุม พูดในการสัมภาษณ์ พูดตอนแถลง เผลอแทบจะละเมอพูดตอนนอนด้วยซ้ำ แต่กลับไม่ได้พูดบนเวทีที่เสียมราฐแม้แต่น้อย
จะอ้างว่าเพราะนี่คือเทศกาลสงกรานต์ แล้วเมื่อปี2552-2553นั้นไม่ใช่สงกรานต์หรือ?จะอ้างว่าเพราะนี่คือการชุมนุมต่างที่ต่างถิ่น แล้วเมื่อทำไมรู้ทั้งรู้ว่ามาชุมนุมที่กัมพูชาแล้วพูดการเมืองไม่ได้ การตัดสินใจเดินทางมาครั้งนี้ ก็เท่ากับว่าตัดสินใจละเลยประเด็นต่างๆที่พึงนึกถึงไปแล้ว

เสียงเรียกร้องประชาธิปไตยที่มีมาตลอด
3-4ปีหลังมันหายไปไหน
หรือว่าประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันสมบูรณ์แบบตามที่ต้องการแล้ว?
ถ้าใช่ ประชาธิปไตยในห้วงเวลานี้มันต่างจากในช่วงที่คนเสื้อแดงชุมนุมที่แยกราชประสงค์ตรงไหน?
หรือว่ามันก็เป็นประชาไตยนั่นแหละ ตราบใดที่พรรคพวกของตัวเองเป็นรัฐบาลและมีตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง?
เป็นคำถามที่ต้องสะท้อนไปถึงแกนนำนปช
.แต่ละคน
ข้ามกลับมาที่ฝั่งคนไม่ชอบทักษิณ

โดยเฉพาะหลายคนที่ฝากผมไปด่า และฝากระเบิดพลีชีพสังหารคุณทักษิณไปด้วย

นอกจากเพื่อนคนนั้นแล้ว ผมอ่านจากบนไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ก็เชื่อได้ว่ายังมีคนอีกไม่น้อย ที่หวังเห็นคุณทักษิณถูกสังหารในผืนแผ่นดินลาวกัมพูชา เป็นความเห็นที่สะท้อนชัดเจนถึงความเกลียดชังที่คนส่วนหนึ่งมีต่อคุณทักษิณ
ซึ่งความจริงแล้วอาจจะถึงเวลาที่ที่ไม่ชอบคุณทักษิณต้องเลิกหวังลมแล้งๆกับอุบัติเหตุทางการเมืองเหล่านี้ 
เป็นคำแนะนำอย่างจริงใจไปถึงคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ ว่าควรเลิกหวังให้คุณทักษิณตาย เลิกแช่งให้คุณทักษิณป่วยหนักแล้ว หนึ่งเพราะเท่าที่เห็นคุณทักษิณยังแข็งแรงอยู่ และสองเพราะเรื่องสุขภาพของคุณทักษิณเราคงไปกำหนดชี้นำไม่ได้ มันเป็นเรื่องของการดูแลของเขา สิ่งหนึ่งที่ผมต้องน้อมเรียนเหล่ากลุ่มคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ คือความนิยมของคุณทักษิณยังมีอยู่มาก ในหมู่เหล่าคนเสื้อแดงและฐานเสียงของตัวเองอยู่ สังเกตได้ชัดเจนจากการไปเยือนกัมพูชาในครั้งนี้
และแม้ผมจะผิดหวังกับท่าทีทางการเมืองของแกนนำนปช
. แต่มุขตลกของแกนนำหัวแถวอย่างณัฐวุฒิ ใสยเกื้อก็ยังฟังขึ้นอยู่ โดยเฉพาะกับประโยคจั่วหัวที่ว่า
ใครเปิดทีวีคงต้องสงสัย นี่เรามาปราศรัยที่เสียมราฐหรือสนามหลวงกันแน่
ซึ่งเป็นมุขตลกที่ไม่เกินความจริง เพราะรอบเวทีที่เสียมราฐที่ที่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานครหลายร้อยกิโลเมตร ก็ยังมีคนเสื้อแดงเดินทางมาให้การสนับสนุนคุณทักษิณไม่ต่างจากที่สนามหลวงเท่าไหร่
นั่นเป็นความจริงที่คนไม่ชอบคุณทักษิณ ไม่ชอบคนเสื้อแดงต้องยอมรับ

ยอมรับก่อนที่จะเรียนรู้และคิดหาทางเอาชนะคุณทักษิณ


ความจริงที่ว่าคือคนเสื้อแดงกว่าสองหมื่นคนแห่แหนเดินทางข้ามดินแดนจากไทยไปลาว 
เป็นความตั้งใจของพวกเขาที่อยากจะเดินทางไปเห็นหน้าคนที่เขารัก ที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร
เป็นการเดินทางหลายชั่วโมง บางคนต้องนั่งรถเป็นวันๆ เพียงเพื่อจะได้เห็นหน้าทักษิณใกล้ๆเพียงแค่3-4นาที
นอกจากการเดินทางแล้ว ความเป็นอยู่ของคนเสื้อแดงเหล่านี้ก็ยากลำบาก หลายคนทนนอนรอบๆเวทีที่สนามจุงยู ที่สภาพก็เต็มไปด้วยฝุ่นควัน ตั้งกระโจมอาบน้ำรวม ให้อารมณ์แบบเด็กๆไปค่ายลูกเสีอ ซึ่งความรู้สึกของคนเสื้อแดงไม่น้อยก็คงคล้ายกับเด็กๆที่ไปค่ายลูกเสือ ตรงที่ได้ออกเดินทางไปกับคนที่พูดคุยกันถูกคอ และสนุกสนานไปกับมัน

เป็นสภาพของคนเสื้อแดงที่ยังคงมีศรัทธาในผู้ชายที่ชื่อทักษิณ ชินวัตรอยู่

เป็นสภาพที่คนที่ไม่ชอบคุณทักษิณ และคิดจะเอาชนะผู้ชายคนนี้ให้ได้ ควรเจียดเวลาจากการค่อนแคะเรื่องเสียงร้องเพลง
Let it be ที่แสนเพี้ยนของคุณทักษิณ และยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้ เพื่อจะหาทางเรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มคนเสื้อแดงเหล่านี้กลับมา อย่างที่ทำสำเร็จและพอจะเอาเป็นตัวอย่างในสนามการเลือกตั้งที่ปทุมธานีที่ผ่านมา
หรือว่าถ้ายังนึกไม่ออกว่าจุดอ่อนของคุณทักษิณที่คนเสื้อแดงบางส่วนไม่พอใจนั้นอยู่ตรงไหน

ลองอ่านตั้งแต่แรกใหม่อีกรอบก็จะพอเข้าใจ ว่าสิ่งที่ผมได้ยินคนเสื้อแดงที่เดินทางไปลาวกัมพูชาบ่นกระปอดกระแปดมานั้นคืออะไรบ้าง
ก็จะพอเห็นภาพเองว่าชายที่ชื่อทักษิณ ชินวัตรก็มีจุดอ่อนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน