Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 27/07/2017

Scroll to top

Top

[ที่เห็นและเป็นอยู่] สองนายกรัฐมนตรี: กับการจัดการภาพลักษณ์ว่าด้วยเรื่องลุยน้ำ

[ที่เห็นและเป็นอยู่] สองนายกรัฐมนตรี: กับการจัดการภาพลักษณ์ว่าด้วยเรื่องลุยน้ำ

ที่เห็นและเป็นอยู่ – เนชั่นสุดสัปดาห์
สองนายกรัฐมนตรี: กับภาพลักษณ์ว่าด้วยเรื่องลุยน้ำ
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

เป็นประจำครับ น้ำท่วมทีไร ที่ตามมาติดๆ คือบรรยากาศการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล
ขอถือโอกาสนี้ เล่าเรื่องการทำงานสู้น้ำของนายก แบบที่เห็นและเป็นอยู่หน่อยละกัน
ขอเล่าทั้งของนายกอภิสิทธิ์ และ นายกยิ่งลักษณ์ (ลำดับแบบนี้เพราะจะเล่าเรื่องในอดีตก่อนนะครับ ไล่เรียงกันไปตามเวลาที่ผ่านมา)
มาเล่าในเชิงเปรียบเทียบ ให้เห็นภาพจากภาคสนาม





ขอเริ่มจากนายกคนที่27 นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ผมตามข่าวการทำงานลุยน้ำท่วมของอดีตนายกอภิสิทธิ์ ที่จ.นครราชสีมา วันที่คุณอภิสิทธิ์ไปโรงพยาบาลมหาราช
จำได้แม่นว่า เป็นช่วงกลางเดือนตุลาคม ย้อนไปนี่ก็จะครบปีช่วงนี้นี่แหละ


จำได้แม่นอีกด้วยว่า เป็นวันที่ภาพออกสื่อของคุณอภิสิทธิ์ ที่หลายคนดูแล้วบ่นหงุดหงิด เพราะหัวหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลุย ไม่มันส์ ไม่ได้ใจ ไม่เปียก ไม่แฉะ เหมือนที่ใครหลายๆคนคาดหวังไว้

วันนั้นเป็นวันแรกๆ ที่คุณอภิสิทธิ์ลงทำงานเรื่องน้ำท่วม
ก่อนที่วันต่อๆมา ภาพของคุณอภิสิทธิ์จะดูลุย ดูเข้มขึ้น เรียกว่าค่อยถูกอกถูกใจแม่ยกแฟนคลับหน่อย
แต่กว่าจะดูลุยดูเข้มข้นขึ้นได้ เล่นเอาเหนื่อยครับ
ที่เหนื่อยนี่คือทีมงานของคุณอภิสิทธิ์ โดยเฉพาะทีมคนดูแลเรื่องภาพลักษณ์ออกสื่อ
เรื่องทีมดูแลภาพลักษณ์นี่ ต้องยอมรับครับว่ามีจริง และคิดกันจริง
แต่จะทำจริงได้มากน้อยแค่ไหนแล้วแต่สถานการณ์


นึกย้อนถึงวันที่คุณอภิสิทธิ์ไปโรงพยาบาลมหาราช ต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก ของคนดูแลภาพออกสื่อของนายกพอควร
เพราะได้คะยั้นคะยอ ร้องขอให้คุณอภิสิทธิ์ทำโน่นทำนี่ ให้ภาพที่จะออกทีวีดูลุยหน่อย ให้คุ้มค่ากับที่เดินทางมาลงพื้นที่
แต่คุณอภิสิทธิ์ไม่ค่อยทำตามใจทีมงานซักเท่าไหร่


ยกตัวอย่างความพยายามของทีมคุณอภิสิทธิ์เรื่อง พับแขนเสื้อละกัน


ใช่ครับ แค่เรื่องรายละเอียดอย่างพับแขนเสื้อนี่ก็สนุกได้แล้ว
วันแรกๆ ทีมดูแลสื่อของคุณอภิสิทธิ์ ที่แม้ว่าใจจริงจะอยากได้ภาพให้หัวหน้าอภิสิทธิ์ลุยน้ำเต็มที่ แบบเปียกเป็นเปียก แฉะเป็นแฉะ แต่สุดท้ายก็ไม่เคยกล้าร้องขอให้คุณอภิสิทธิ์ลุยน้ำ เพราะเอาแค่พับแขนเสื้อ ยังขอแทบไม่ได้เลย
คือเรื่องของพับแขนเสื้อนี่ความจริงมันก็ไม่เกี่ยวกับการทำงานเท่าไหร่หรอก แต่ในฐานะคนดูแลภาพออกสื่อ เขาก็อยากให้ภาพออกมาดูลุยหน่อย เลยร้องขอกับคุณอภิสิทธิ์ไปบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะถูกปฏิเสธกลับมา


ถูกปฏิเสธแบบที่ทีมงานมาเล่าให้ผมฟังว่า ท่านคงรำคาญแล้ว ว่ามายุ่งอะไรกับแขนเสื้อท่านมากมาย


สำหรับคุณอภิสิทธิ์ การจะให้ใครมาสั่งให้พับเขียนเสื้อ เพียงเพื่อให้ภาพออกสื่อดูได้ใจประชาชน ก็เป็นเรื่องยาก
ซึ่งถือว่าเป็นสไตล์ของคุณอภิสิทธิ์ที่ชัดเจนมาแต่ไหนแต่ไร ชัดเจนในเรื่องความเป็นคนตรงๆง่ายๆในเรื่องนี้ ไม่ถนัดดัดแปลงเพียงเพื่อได้แค่ภาพ แต่เน้นการทำงานในสัมฤทธิ์ผล ซึ่งจากที่ผมสัมผัสมา คุณอภิสิทธิ์สมัยเป็นนายกทำงานเรื่องน้ำท่วม ก็ทำงานประสานงาน ทำงานดี สั่งการเต็มที่ บางทีเต็มที่แต่กับเรื่องประสานสั่งงาน จนอาจจะลืมเรื่องภาพที่คนอื่นจะมองมาผ่านสื่อ


ทำเอาทีมงานปวดหัวไปไม่น้อย



กลับมาที่นายกคนปัจจุบัน นายกหญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร



ผมได้สัมผัสการทำงานลุยพื้นที่ของนายกยิ่งลักษณ์ที่อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ 
ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นวันแรกๆในการทำงานเรื่องภัยพิบัตของนายกคนนี้ิเช่นกัน


ความคาดหวังก่อนได้ตามทำข่าว คือนายกยิ่งลักษณ์ น่าจะถนัดบริิหารจัดการภาพออกสื่อ มากกว่าคุณอภิสิทธิ์


ด้วยเพราะประสบการณ์ในการทำงานเอกชน รวมถึงการทำงานด้านสื่อ
และด้วยความเป็นน้องสาวของพ...ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้สื่อประกอบการทำงานของตัวเองคึกคักมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์นายกไทย
เมื่อตามทำข่าวนายกยิ่งลักษณ์จริงๆ แล้วก็ไม่ผิดคาด


คุณอภิสิทธิ์เขาไปถึงบ้านต้นขนุนใช่ไหม? งั้นเราจะไปให้ถึงบ้านห้วยคอม ไปให้ลึกกว่าคุณอภิสิทธิ์ทีมด้านสื่อของนายกยิ่งลักษณ์บอกกับผม


เป็นความตั้งใจของทีมนายกยิ่งลักษณ์ ว่าแม้จะมาช้ากว่าคุณอภิสิทธิ์ (ในวันเดียวกัน คุณอภิสิทธิ์มาที่น้ำปาดตอนเช้า ส่วนคุณยิ่งลักษณ์มาถึงตอนบ่าย) แต่ก็ต้องไปให้ลึกกว่าให้ได้ เรียกว่าแพ้เรื่องเวลา แต่ขอให้ได้ชนะเรื่องความลุย ความลึก
ไม่ใช่แค่ทีมงานอย่างเดียว ที่คิดเรื่องภาพที่จะออกสื่อ ตัวของนายกยิ่งลักษณ์ก็คิดด้วยเช่นกัน
สะท้อนออกมาผ่านทุกครั้งก่อนที่นักข่าวจะจ่อไมค์สัมภาษณ์ ที่ต้องมองต้องตรวจก่อนว่าภาพแบคกราวนด์เป็นอะไร
เมื่อออกทีวีแล้วจะดูดีไหม?


ทีมของนายกยิ่งลักษณ์ละเอียดเรื่องภาพออกสื่อมาก
เช่นถ้านายกจะมีภาพแจกของ ก็ต้องเลือกก่อนว่าชาวบ้านคนไหนจะเป็นคนมารับ เลือกดูว่าลำบากจริงไหม เก็บรายละเอียดครบแบบถี่ยิบ
ซึ่งตัวของนายกยิ่งลักษณ์ก็ดูจะรับลูกเรื่องนี้อย่างเต็มใจเช่นกัน


เช่นจังหวะหนึ่ง ที่ทุกคนต้องเดินข้ามสะพาน ท่ามกลางการจับตามองของกล้องโทรทัศน์นับสิบ
สะพานที่น้ำปาด ณ วันนั้น ยังเป็นสะพานชั่วคราวอยู่ เรียกว่าเป็นสะพานที่ขนาดผมซนๆแก่นๆ เวลาจะเดินข้ามยังมีเสียวๆ
เสียวจะพลิกคว่ำ เสียวจะตกน้ำ
และพลันที่นายกยิ่งลักษณ์จะต้องเดินข้ามสะพานนี้ ทั้งทีมงานทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยต่างก็ยื่นไม้ยื่นมือมาให้ หวังให้นายกมีอะไรจับเกาะขณะเดินข้ามสะพาน


นายกยิ่งลักษณ์กลับพูดสวนขึ้นมาทันทีว่า ไม่ต้องประคอง ชั้นเดินเองได้ ชั้นเดินมาแต่เด็กแล้ว


ทีมงานและทีมรักษาความปลอดภัยต่างหุบไม้หุบมือกันแทบไม่ทัน
ภาพนายกยิ่งลักษณ์เดินข้ามสะพานแขวนวั้นนั้น จึงออกมาดูลุย ไม่มีคนประคอง
แม้จะเดินข้ามสะพานเพียงแค่30วินาที แต่นั่นก็แทบทั้งหมดแล้วที่ช่วงเวลาข่าวช่องใหญ่ๆจะมีให้ในแต่ละภาพข่าว
เป็นภาพที่ดูลุย ไม่มีคนประคอง


ที่วันนี้ผมก็ไม่กล้าฟันธงได้ว่านายกยิ่งลักษณ์ ว่าเจตนาให้ออกมาเป็นเช่นนั้นหรือไม่
แต่ต้องยอมรับว่านี่ คือจุดแตกต่างระหว่างสองคนนี้จริงๆ


คนหนึ่งปรับสภาพตัวเองยามจะออกสื่อชัดเจน อีกคนไม่อยากไปดัดแปลง ไม่อยากไปฝืนอะไรมากมาย ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ซึ่งสุดท้ายใครจะชอบไม่ชอบแบบไหน คงต้องแล้วแต่รสนิยมและแนวคิดของแต่ละคน


ว่าด้วยเรื่องภาพแล้ว ขอแถมด้วยเรื่องพูดด้วยละกัน


คุณอภิสิทธิ์เวลาลงพื้นที่เจอชาวบ้าน ก็ยังคงพูดแบบนักวิชาการ บางคนอาจชอบเพราะดูมีหลักการณ์ บางคนอาจจะว่าดูทื่อๆแข็งๆไปหน่อย
เวลาชาวบ้านมาร้องมาขออะไร ผมก็มักจะได้ยินคุณอภิสิทธิ์พูดกลับไปว่า จะเร่งดูให้เต็มที่ครับ” “จะไปตรวจสอบให้นะครับ
ประมาณว่าตอบให้สบายใจได้บ้าง แต่ยังไม่กล้าผูกมัดอะไรเต็มตัว
ชาวบ้านก็สบายใจแค่ได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความผิดหวังในภายหลัง
เรียกว่าเจอแล้วอาจจะไม่รักทันที แต่มาคิดถึงอีกทีก็ไม่ต้องเสียใจกับคำพูด


ต่างจากนายกยิ่งลักษณ์
เวลาชาวบ้านมาร้องมาของอะไร ผมก็มักจะได้ยินคุณยิ่งลักษณ์พูดกลับไปว่า บอกทีมงานให้ดูแลแล้วคะ เราจะจัดการให้เสร็จสรรพนะคะ เรื่องรถเรื่องบ้าน เรื่องการศึกษาของลูก เดี๋ยวเราจะดูแลให้ค่ะ
รับปากครบถ้วน รับปากแบบจัดเต็ม แบบที่บางทีรับปากมากกว่าที่ชาวบ้านร้องขอซะอีก
ที่น่าเป็นห่วงคือบางทีก็รับปากในสิ่งที่นายกยิ่งลักษณ์อาจจะไม่มีเวลากลับมาทำตามสัญญาไว้ได้
เรียกได้ว่าเจอรับปากปุ้บก็รักปั้บ แต่นานๆไปถ้าผิดนัดเข้า จากที่รักมาก็อาจจะแปรผันเป็นอื่นได้เช่นกัน


เป็นความแตกต่างระหว่างสองนายก ที่สะท้อนไปถึงภาพรวมของสองพรรคได้เลย
อีกพรรคหนึ่งไม่กล้ารับปากอะไรมาก แต่รับรองได้ว่าไม่ค่อยผิดสัญญา
ส่วนอีกพรรค แม้จะทำให้เยอะ แต่ก็รับปากไว้มาก มากจนบางครั้งทำให้ไม่ครบ ตามสัญญาที่ให้ไว้
เล่ามาทั้งหมดนี้ ตามสภาพที่เห็นครับ


เปรียบเทียบ เรื่องภาพกับ เรื่องพูด” ที่ดูออกง่ายหน่อย
ส่วนเรื่องการทำงาน ในสภาพความเป็นจริงแล้ว ที่รับผิดชอบกันหนักน่าจะเป็นบรรดานายกเทศมนตรี นายกอบต. นายกท้องถิ่นต่างๆ


ส่วนระดับนายกรัฐมนตรีนี้ ดูแล้วก็แข่งขันกันอยู่ตรง ภาพกับ พูดนี่แหละครับ
คือเชือดเฉือนเรื่องภาพผ่านสื่อ สู่สายตาประชาชน
กับเรื่องพูดประสานจากหน่วยงานภายใน ให้ทำงานช่วยเหลือประชาชนให้ได้ดีที่สุด
ทำดีทำไม่ดีแค่ไหน


ไม่มีใครตัดสินได้ดีไปกว่าประชาชนที่ถูกน้ำท่วมนั่นแล

  • อือ ก็จริงนะครับ

  • Anonymous

    ดูจะสร้างภาพทั้งคู่ ที่จะหาคนทำงานจริงจังแบบคนสมัยก่อนท่าจะยาก

  • Anonymous

    จะสร้างภาพให้ดูดี จะดีแต่พูด หรืออะไรก็ตามแต่ ขอให้ทำเพื่อแผ่นดินเกิดด้วยความจริงใจให้มากเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน คนเสียภาษีเหนื่อยกับการที่จะต้องหวังอะไรลมๆ แล้งๆ ทำให้ได้ และทำให้ดี ที่คุณจะทำได้

  • Anonymous

    หนุกกว่าละครหลังข่าวอีก

  • Anonymous

    ตกลงว่าขณะนี้น้ำท่วมครึ่งประเทศแล้วยัง …ถ้าเลือก..น้ำจะไม่ท่วม..ไง