Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 22/08/2017

Scroll to top

Top

[follow me] พรีเซนเตอร์: ของห้ามนักข่าว

[follow me] พรีเซนเตอร์: ของห้ามนักข่าว

Follow Me [aday 133]
พรีเซนเตอร์: ของห้ามนักข่าว
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

ไม่รู้ผมคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าคนในแวดวงข่าวจะมีทัศนคติเฉพาะกับการรับงานพรีเซนเตอร์ครับ เป็นทัศนคติที่เกิดขึ้นเฉพาะในแวดวงข่าวเท่านั้น คือยุคนี้สมัยนี้นักข่าวผู้ประกาศนี่มีสถานะบางอย่างเทียบเท่าดาราไปแล้ว ผู้ประกาศบางคนมีพื้นที่ออกสื่อฟรีทีวีมากกว่าดาราชื่อดัง บางคนออกทีวีสม่ำเสมอกว่านายกรัฐมนตรีอีก แถมเป็นคนที่ได้ออกหน้าจอ พูดในเรื่องดูน่าเชื่อถือ บรรดาเอเจนซี่โฆษณาก็เลยจับจ้องสนใจให้มาเป็นคนเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหลากหลายอย่างด้วยการเป็นพรีเซนเตอร์


ข้าพเจ้าในฐานะนักข่าวที่ใครหลายคนตีตราสินค้าว่าเป็นนักข่าว2.0 ถนัดสันทัดเรื่องการรายงานผ่านโลกออนไลน์ ก็เคยได้รับการติดต่อให้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้านั่นนี่ บ้างก็เป็นสินค้าITออกแนว2.0 บ้างก็เป็นสินค้าธรรมดาทั่วไป เหล้า เบียร์ ธนาคาร อาหาร ก็ว่ากันไป แล้วแต่โอกาส (แต่พวกครีเอทีฟเค้าเก่ง เพราะไม่ว่าสินค้าไหน เค้าจะสามารถโยงให้เข้ากับความเป็น2.0ได้)

แต่ในฐานะนักข่าว งานพรีเซนเตอร์ถือเป็นของต้องห้ามครับ คือใครจะติดต่อมามากแค่ไหน แต่ไม่เคยรับได้ซักครั้ง บอกปัดไปหมด ทั้งๆที่จะว่าไปเสียดายรายได้สุดแสนคณานับครับ บางงานแค่ไปให้เขาถ่ายรูปเสร็จปุ้บ ได้เงินเท่ากับทั้งงานทั้งปี (อันนี้คำนวนเอา ไม่ใช่แค่สำนวน) แต่งานพรีเซนเตอร์ เป็นของต้องห้ามสำหรับนักข่าว เพราะมันจะทำให้ดูเสียภาพลักษณ์อันน่าเชื่อถือ ทำให้เท่าที่ผมเคยทำมา อย่างมากก็ไปเป็นวิทยากรตามง่านต่างๆ พูดเรื่องที่เราถนัด บางงานอาจจะขอถ่ายรูปไปบ้าง ก็เอาไปติดเวบไซท์นิดๆหน่อย ผมก็ไม่ว่าอะไร

แต่ไอ้ความที่เป็น ของห้ามนี่แหละครับที่ผมสงสัยมาตลอด ว่าทำไมในวงการข่าว เพราะบางคนถือว่าการไปรับงานพรีเซนเตอร์นี่ถือจุดเสื่อมของเส้นทางความน่าเชื่อถือเลยนะครับ ทัั้งที่ความจริงผมคิดในตลอดว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องที่น่าคอขาดบาดตายขนาดนั้น จะมีบางกรณีที่ผมว่าเกินงามไปจริงๆ อย่างผู้ประกาศข่าวกึ่งดาราบางคนที่ไปรับงานพรีเซนเตอร์ รับเยอะมาก แต่งานข่าวของตัวเองด้อยมาก บางครั้งรายการข่าวที่ตัวเองจัดอยู่ แต่กลับได้พูดได้รายงานข่าวน้อยมาก น้อยกว่าที่ได้พูดในโฆษณารวมๆกันเสียอีก แต่นั่นถือว่าเป็นกรณีสุดโต่งจริงๆ

เคยถามไถ่พี่ๆว่าอะไรเป็นสาเหตุที่คนข่าวมองงานโฆษณาเป็นของแสลงขนาดนี้ พี่เขายกตัวอย่างง่ายๆ ว่าสมมุติเราไปรับเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาสินค้าสินค้าหนึ่ง เอาว่าถ่านไฟตรากบละกัน (คือถ้ายกตัวอย่างสินค้าที่ขายอยู่ เดี๋ยวเขาหาว่าผมได้เงินจากสินค้านั้นๆมาเขียนคอลัมน์อีก วงการข่าวนี่มันหยุมหยิมจริงวุ้ย!) พี่เขายกตัวอย่างว่า สมมุติผมรับงานไปเป็นพรีเซนเตอร์ถ่านไฟตรากบ แล้ววันนึงเกิดเหตุโรงงานถ่านไฟฉายยี่ห้อคู่แข่งของตรากบระเบิดขึ้นมา แล้วผมต้องมารายงานข่าวโรงงานนี้ระเบิด คนเขาจะวางใจได้อย่างไรว่าข่าวที่เรารายงานอยู่มันบริสุทธิ์เที่ยงธรรมร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

พออธิบายเสร็จก็เข้าใจมากขึ้น ว่าทำไมคนข่าวถึงไม่ควรไปรับงานเป็นพรีเซนเตอร์

ที่พอมาทำงานข่าวมาๆเข้าแล้วผมก็ได้มาประสบพบเห็นเหตุการณ์อะไรหลายๆอย่าง ที่สร้างความแคลงใจสงสัยไม่น้อย คนข่าวหลายคนถึงไม่รับงานพรีเซ็นเตอร์จริง แต่กลับรับงานอย่างอื่นกันพรึ่บพรั่บเลยครับ ทั้งงานเล่าข่าวประชาสัมพันธ์ คือเล่าข่าวจริงจังๆอยู่ดีๆ ก็แวะเข้ามาเล่าข่าวช่วยโฆษณางานประชาสัมพันธ์ซักเรื่อง แล้วกลับไปเล่าข่าวจริงจังอีก เรียกว่าเนียนดีแท้ คนฟังก็ยังมึนๆกับข่าวอาชญากรรม ข่าวการเมืองอยู่ แต่กลับหาจังหวะสอดแทรกโฆษณาได้ซะอย่างนั้น

พวกเล่าข่าวไปประชาสัมพันธ์ไปนี่ความจริงยังถือว่าธรรมดาครับ ถ้ามาเจอกับพวกผู้มีอิทธิพลยัดเงินให้นักข่าว ให้ช่วยปกปิดข่าวไม่ดีบ้าง หรือให้ช่วยเขียนข่าวให้ดูดีบ้าง ที่บอกว่าแย่กว่าเพราะพวกนี้บางทีเราดูไม่ออกเลยครับ ว่าที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไร มาถึงปุ้บใส่ในหน้าข่าวแล้ว อ่านไปก็เชื่อทั้งหมด

นี่แหละครับวงการสื่อสารมวลชนไทย แต่ที่เล่านี่ส่วนน้อยนะครับ ส่วนมากตั้งใจทำงานยึดหลักจรรยาบรรณกันเต็มที่นั่นแหละ กลัวจะอ่านบทความนี้เสร็จแล้วแขยงข่าวไม่เชื่อถือไม่รับฟังเลย ที่มาเล่านี่เป็นส่วนน้อยครับ แต่มาเล่าด้วยความฉงนงงงวยกับผู้ใหญ่หลายๆคนในวงการข่าวไทย ที่ไปหมกมุ่นมากมายกับไอ้เรื่องพรีเซ็นเตอร์  สอนโน่นสอนนี่ดิบดี ว่าถ้าไปทำแล้วมันไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถึงเวลากลับมีพวกรับเงินผู้อิทธิพล พวกแอบโฆษณาในข่าวเต็มไปหมด แล้วก็ยังโลดแล่นในวงการได้อย่างสบายใจ (ที่แสบคือพวกนี้บางทีก็จะมาวิพากษ์วิจารณ์พวกรับงานพรีเซนเตอร์ซะอีก ทั้งๆที่ตัวเองทำไว้แสบกว่านะ!)

นึกแล้วก็ตลกดี เช่นนี้แหละหนอประเทศไทย ยึดถืออะไรที่มองว่าดูไม่ดี ทั้งๆไอ้ที่เลวร้ายมากกว่ากลับปล่อยผ่านไป ขอแค่อย่าให้ใครรู้ก็พอ