Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 29/04/2017

Scroll to top

Top

สัมภาษณ์ "สม ไชยา" คนเล่าข่าวกัมพูชา

สัมภาษณ์ "สม ไชยา" คนเล่าข่าวกัมพูชา

คุยกับคนเล่าข่าวเขมร “สม ไชยา”
บทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ในคอลัมน์ที่เห็นและเป็นอยู่

กว่า16วันที่ผมมาเกาะติดทำข่าวทีกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา การติดต่อหาข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ แหล่งข่าวสำคัญที่สุดคือคนข่าวกัมพูชา ที่น่าไว้วางใจกว่าคนจากภาครัฐของเขมร และ เข้าถึงได้ง่ายกว่าภาครัฐไทย

สม ไชยา ทำงานข่าวกับสถานี CTN (Cambodia Television Network) มานานกว่าสิบปี ปัจจุบันดำเนินรายการเล่าข่าว สไตล์เดียวกับที่เป็นที่นิยมในประเทศไทย จัดรายการทุกวัน ตั้งแต่เจ็ดโมงจนถึงเก้าโมงเช้า ความรู้ความเข้าใจต่อประเทศไทย หลังผ่านประสบการณ์ 5 ปีในเมืองไทย ด้วยการไต่เต้าตั้งแต่เป็นพนักงานขับรถ จนได้ทำงานกับหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ การเข้าใจทั้งภาษาและความเป็นไปทางการเมืองของประเทศไทย ทำให้ สม ไชยา กลายเป็นผู้ประกาศหลัก ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ วิพากษ์ ประเด็นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา มาตลอด

“ทางกัมพูชาต้องการใช้ MOU2543 เพราะเป็นส่วนที่ทั้งสองประเทศตกลงกันแล้ว ซึ่งตอนนี้เราก็ได้แต่นั่งรอรัฐสภาฝั่งไทย ที่จะต้องคุยให้จบ”

สม ไชยาบอกว่าถ้าลองได้ไปถามคนเขมร ว่าปราสาทพระวิหารเป็นของใคร มั่นใจว่าคำตอบร้อยทั้งร้อยจะต้องบอกว่าเป็นของกัมพูชา
“ถ้าถามคนกัมพูชาจริงๆ ร้อยทั้งร้อยพูดเหมือนกันหมดอยู่แล้ว ปราสาทพระวิหารเป็นของเขมร แต่ถ้าฝั่งไทยก็มีหลักฐานว่าเป็นของไทยบางส่วน ก็ว่ากันไปตามแบบที่เราเจรจากันไว้ แต่ไม่อยากให้เอามาเป็นข้อทะเลาะเบาะแว้งกัน อะไรทำได้ตอนนี้ก็ทำ อะไรยังทำไม่ได้ ก็ต้องคุยกันต่อไป”

“อาจจะต้อง คุยกันอีกนานนะ กัมพูชาจะยอมหรือ?” ผมถามแทรก
“ถ้าต้องคุยกันนานก็คุยกันไป อาจจะไม่สิ้นสุดที่ยุคนี้หรอก ผมอาจจะตายไปก่อน ก็ปล่อยให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานคุยกันไป – เจรจากันไป”

“แล้วตอนนี้ทำอย่างไรก่อนได้?” ผมถามมุมมองการแก้ปัญหาระยะสั้น
“ทำไมไม่เอาแบบเมื่อก่อนนี้? ฝ่ายไทยก็ได้ประโยชน์ ฝ่ายกัมพูชาก็ได้ประโยชน์ ฝั่งเขมรเก็บค่าตั๋วเข้าชมพระวิหาร ฝ่ายไทยก็ได้ค่ารถทัวร์ ค่าโรงแรม มันได้กันหมด แล้วคนที่ได้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ประชาชนของทั้ง2ประเทศนี่แหละ ทำไมไม่เอาแบบวันนั้น นึกย้อนไปแล้วเสียดาย”

สม ไชยา ตั้งคำถามว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่ใช้จุดแข็งของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ทั้งเรื่องประสบการณ์ และ ความรู้เรื่องการท่องเที่ยว
“ถึงวันนี้ มันแทบไม่มีแล้วไอ้คำว่าพรมแดนเนี่ย การถกเถียงเรื่องส่วนไหนของประเทศอะไร มันก็คงจะถกเถียงไปทั้งชีวิต แต่ทำไมเราไม่สร้างบรรยากาศให้มันดีหละ ทำให้มันได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ประเทศไทยก็เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยว ลองว่าถ้าได้เปิดให้คนมาเที่ยวปราสาทพระวิหารได้ ใครจะเป็นเจ้าของก็เถอะ ผมเชื่อว่าคนฝั่งไทยได้อะไรเยอะกว่าฝั่งเขมรเยอะ โรงแรมไทยก็สร้างเก่งกว่าสวยกว่า อาหารการกิน อะไรหลายอย่าง คนไทยก็จะได้ประโยชน์ทั้งนั้น”

“แล้วฝั่งกัมพูชายอมหรือ?” ผมถาม
“ยอมสิ! ทำไมจะไม่ยอมเล่า ไทยได้เยอะ ก็ไม่ได้แปลว่ากัมพูชาจะเสีย ไทยทำได้เยอะเท่าไหร่ กัมพูชาก็ได้ประโยชน์ด้วย แต่ดูตอนนี้สิ อดทั้งคู่ ทั้งไทย ทั้งเขมร มัวแต่มาตั้งแง่กัน สุดท้ายมีใครได้อะไรไหม?” สม ไชยาตั้งคำถาม

“ถึงนาทีนี้มันต้องมองไปข้างหน้า อีกไม่กี่ปีอาเซียนเราก็จะเป็นประเทศเดียวกันหมดแล้ว มันคงไร้พรมแดน เหมือนยุโรปไปเลย ถึงเวลาตอนนั้นใครดีใครได้ ใครเก่งก็ได้ประโยชน์ มันไม่ได้มาจำกัดอยู่กับตรงเรื่องแผนที่นี่หรอก เราต้องคำนึงเรื่องของสันติภาพไว้ก่อน
หลังจากนั้นเราก็ได้ประโยชน์ทั้สองฝ่าย”

“ปล่อยตัว5คนไป คนเขมรยอมไหม?” ผมชวนคุยเรื่องคดีความ7คนไทย
“ยอมสิ ก็เขาก็ยอมรับในศาล ให้ความร่วมมือทุกอย่าง พูดจริงๆเราไม่อยากเก็บไว้หรอก เก็บไว้นานก็ยิ่งมีปัญหา แต่กับวีระ สมความคิดนี่อีกเรื่องนะ คนนี้นี่ที่กัมพูชามองว่าเป็นตัวแสบ ใครๆก็เห็นอยู่ว่าชอบมาป้วนเปี้ยนแถวๆชายแดน แล้วก็มาโดนคดีโจรกรรมข้อมูลอีก”

“ได้ยินว่าคนเขมรนิยมทักษิณมากกว่าอภิสิทธิ์?” ผมถามคำถามสุดท้ายเป็นของแถม
“อันนี้จริง คือต้องยอมรับว่าคุณทักษิณเก่งมากๆในเรื่องเศรษฐกิจ แล้วที่กัมพูชาเนี่ยเราเสียคนเก่งๆเรื่องเศรษฐกิจไปเยอะมากสมัยเขมรแดง แล้วพอประเทศไทยขับไสไล่ส่งคุณทักษิณ เราก็เลยอยากต้อนรับ คนที่นี่เลยรักคุณทักษิณมากกว่า แต่กับคุณอภิสิทธิ์นี่ก็ไม่ใช่ว่าจะเกลียดชังนะ คนเขมรหลายคนก็ชอบ ตรงที่เค้าหล่อดี แต่คนที่นี่ชอบคนเก่งเรื่องเศรษฐกิจ มากกว่าคนหล่อหนะ”

หมายเหตุ: สม ไชยา นี่คือคนเดียวกับคนข่าวที่วิจารณ์รัฐบาลไทยในคลิปที่แพร่หลายไปหลายๆที่นี่แหละครับ