Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 25/05/2017

Scroll to top

Top

เมื่อฉันกำลังจะออกสื่อ 2 [aday126]

เมื่อฉันกำลังจะออกสื่อ 2 [aday126]

เมื่อ “ฉันกำลังจะออกสื่อ” (ตอน2)
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

ทำงานข่าวภาคสนามมาแค่2ปีกว่า แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ได้เจอะเจอเรื่องราวสนุกๆจากการได้ลงไปสัมผัสพูดคุยกับผู้คนหลากหลายแบบครับ ยิ่งความที่เราเป็นคนข่าว เนื้อหาที่เราจะลงไปชวนใครๆตามท้องถนนพูดคุย เพื่อนำไปสู่การสัมภาษณ์จึงมักเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นประเด็นที่ท้าทายผู้ตอบ ผมมีเหตการณ์สนุกๆฝากให้กับทุกท่าน เผื่อวันไหนมีโอกาสที่จะได้ออกสื่อ จะได้รู้เท่าทัน แก้ไขสถานการณ์ได้

4. พูดหลังกล้องง่ายกว่า
ที่ผมเจอบ่อยมากคือพวกที่กล้าเล่าแต่ไม่ค่อยกล้าให้สัมภาษณ์ ทั้งๆที่ความจริงการให้สัมภาษณ์ออกความเห็นกับนักข่าวก็ไม่น่าจะไปสร้างปัญหาอะไรให้กับชีวิต เท่าที่ผมทำงานมา2ปีกว่าก็ยังไม่เคยเกิดกรณีปัญหาบานปลายใหญ่โตจากการให้สัมภาษณ์ของประชาชน แต่หลายคนอาจจะดูข่าวพวกขู่กรรโชก หรือข่าวคุกคามสื่อมากไป แล้วพาลไม่กล้าพูดออกกล้องไปซะดื้อๆ อย่างครั้งหนึ่งผมไปสัมภาษณ์คุณลุงเรื่องปัญหาสุดคลาสสิคอย่างเรื่องรถติด
ผมถามก่อนถ่ายทำ “ลุงคิดยังไงกับปัญหาการจราจร?”
ลุงตอบนอกรอบ “โอ้โห ไม่ไหวแฮะ รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย กรุงเทพเองก็แย่ แถมยังจะสร้างไอ้ BRT เข้ามาอีก ก็ยิ่งแย่ใหญ่ ไม่ไหวๆ” เรียกว่าจัดชุดใหญ่ถูกใจคนสัมภาษณ์อย่างมาก คราวนี้น่าจะเจอของจริง สะท้อนปัญหารถติดจากประชาชนได้
แต่แล้วเมื่อเดินกล้อง ไมค์เปิดเท่านั้นแหละ
ผมถามอีกครั้ง (คราวนี้เดินกล้องแล้ว) “ลุงคิดยังไงกับปัญหาการจราจร?”
ลุงตอบในรอบ “ก็ดีนะ เห็นกรุงเทพเค้าก็ทำงาน สร้างรถไฟฟ้าไปก็หลายเส้นแล้ว ก็ช่วยได้เยอะ ดีกว่าเมื่อก่อนอีก…”
“เอ๊ะลุง นี่มันพูดคนละแบบกับเมื่อกี้เลยนะ” ผมแทรกก่อนที่ลุงจะพูดจบ
“โถ่..หลานเอ้ย ไม่เอาอะ ใครจะไปกล้าด่ารัฐบาล เดี๋ยวโดนเค้าว่าเอา ยิ่งลุงมีญาติทำงานในกระทรวงด้วย ออกทีวีไป เดี๋ยวเค้าจะโกรธ มันจะไม่ดี”
จบกัน หน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว ระหว่างก่อนกับหลังเดินกล้อง กลายเป็นการสัมภาษณ์ที่เอาไปใช้จริงไม่ได้ ทั้งๆที่ปัญหาอย่างเรื่องรถติด การจราจรนี่บ่นกันทั้งบ้านทั้งเมืองครับ บ่นกันเป็นล้านๆคน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่แหม ถ้าจะให้บ่นต่อหน้ากล้องนี่มันก็ต้องอาศัยความกล้าหาญมากขึ้นอีกระดับ ผมเข้าใจครับ

5. กล้าออกความเห็น แต่ติดอยู่ตรงที่จะถ่ายภาพ
กลุ่มนี้น่าเห็นใจครับ เพราะมีปัญหาจริงๆ ผมเคยไปขอสัมภาษณ์ป้าคนนึงเรื่องการเมือง ตอนชวนคุยก่อนถ่ายทำก็พูดจาดีมีหลักการณ์หมด เข้าใจการเมืองยิ่งกว่านักข่าวซะอีก ผมกะว่าถ้าได้สัมภาษณ์จากป้าคนนี้แล้วละก็คงแจ๋วดีแท้ จึงเรียกช่างภาพมาเตรียมเดินกล้องขอสัมภาษณ์
แต่ทันทีที่กล้องมาถึงหน้าของป้าคนนี้ ป้ากลับเดินหนีครับ กุลีกุจอบอก “อย่าถ่ายนะๆ!”
พอผมถามว่า “ทำไมละป้า? เมื่อกี้ชวนคุยเห็นพูดเอาๆ”
ป้าหยุดเดินหันมาบอกผม “ถ่ายไม่ได้นะ ป้าหลบเจ้าหนี้อยู่!”
ป้าด… คือป้าแกหนะไม่กลัวที่จะออกความเห็นครับ แต่ถ้าถ่ายทำสัมภาษณ์ไป กล้องมันก็จะเก็บรายละเอียดหมด ว่าป้ามาขายของอยู่ตลาดไหน แล้วแหม… ออกทีวีใครจะดูมั่งก็ไม่รู้ ถ้าเกิดแจ็คพ็อต เจ้าหนี้เปิดดูข่าวที่ป้าให้สัมภาษณ์อยู่หละคงแย่แน่ งานเข้าคุณป้าแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันเลยทีเดียว
กรณีไม่กล้าพูดต่อหน้ากล้อง นอกจาก “หลบเจ้าหนี้อยู่” แล้วยังมีอีกหลายสถานการณ์จำเป็นนะครับ ทั้ง
“หนีเมียมาเที่ยว เขาไม่รู้ว่าอยู่กรุงเทพ”
“แม่ไม่รู้ว่าหนูช่วยงานอาสา หนูหลบแม่มาอยู่อะพี่”
“พี่คะ หนูโดดเรียนพิเศษมาคะ อย่าให้ออกทีวีเลยนะคะ”
ทั้งหมดล้วนเป็นพวกกล้าให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นทั้งนั้นครับ แต่ไม่กล้าออกทีวีเพราะกลัวงานจะเข้าได้ถ้าคู่กรณีมาเห็นเข้า เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ส่วนมากผมก็จะไม่ตื้อละครับ เพราะแม้จะเชื่อว่าโอกาสที่เจ้าหนี้, เจ้านาย, แม่ และเมีย จะดูรายงานข่าวแล้วตามมาเอาเรื่องจะน้อยมาก แต่เอาเถอะ ปล่อยให้ทุกคนได้นอนหลับฝันดี ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจดีกว่า
(ตอนนี้เป็นตอนต่อจาก เมื่อฉันกำลังออกสื่อตอนแรก ในเล่ม125 ใครยังไม่ได้ซื้อ แล้วอยากอ่านข้อ1-3ต้องไปตามหาซื้อกันเอาเองแล้วหละ)