Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 18/08/2017

Scroll to top

Top

ยุวะประชาธิปัตย์: คนรุ่นใหม่ ในพรรคเก่า

ยุวะประชาธิปัตย์: คนรุ่นใหม่ ในพรรคเก่า

ที่เห็นและเป็นอยู่
ยุวะประชาธิปัตย์: คนรุ่นใหม่ ในพรรคเก่า

พรรคประชาธิปัตย์ อุ่นเครื่องตีกลองเลือกตั้งใหญ่กลางปีนี้ ด้วยโครงการรุ่นใหม่อนาคตไทย (Future Thai Leaders) เน้นคัดเลือกคนรุ่นใหม่ อายุไม่เกิน35ปี โฆษณาไว้ว่าผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จะได้โอกาสในการเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ซึ่งถ้าทำได้จริงตามที่โฆษณาไว้ จะถือเป็นมิติใหม่ๆของการเมืองไทย ที่พรรคการเมืองใหญ่มีกระบวนการสรรหาผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปิดกว้าง ให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้ามามีตำแหน่งทางการเมืองได้
 
ถ้าทำได้… ขอย้ำ ว่า “ถ้าทำตามที่โฆษณาได้” … โครงการนี้จะเป็นโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้พิสูจน์ตัวเอง ว่าไม่ได้ยึดติดแต่กลับกลุ่มคนเดิมๆ นามสกุลเดิมๆ คอนเนกชั่นเดิมๆ แต่เปิดโอกาสให้ตาสีตาสา ที่ไม่ได้มีโอกาสร่ำเรียนอ็อกซ์ฟอร์ดหรือเคมบริดจ์ ไม่ได้มีสวนยางหลายพันไร่ ไม่ได้เป็นหลานชายท่านนายก ได้เข้ามาพิสูจน์ตัวเองทางการเมืองบ้าง พิสูจน์ความสามารถด้วยตัวเอง เอาเถอะ จะเน้นความสามารถตรงเรื่องการโอภาปราศรัย ตามสไตล์พรรคพูดคล่องก็เอาเถิด ขอให้ได้ชื่อว่ามีความสามารถในด้านใดด้านหนึ่งก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว
 
“ถ้าทำตามที่โฆษณาได้” ปรากฏการณ์การณ์คัดเลือกครั้งนี้ จะเป็นตัวอย่างของกระบวนสรรหาบุคลากรที่จะเข้ามาทำงานด้านการเมือง งานที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอด ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ได้อย่างแท้จริง ว่าประชาชนสามารถเข้าร่วมทางการเมืองได้อย่างเต็มตัว และทำอะไรได้มากกว่าแค่บ่น (ในอีกทางนึงคือสามารถแก้ต่าง คนที่ได้แต่บ่นด้วย เวลาที่คนพูดว่า “ไม่รู้จะเข้าร่วมทางการเมืองได้อย่างไร”) แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไข ที่ว่า “ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำตามที่โฆษณาได้” และเปิดให้กระบวนการคัดเลือกเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ไม่ได้เป็นการ “จัดตั้ง” ในกระบวนการ “สรรหา” อยู่แล้ว เพราะถ้าทำเช่นนั้นจริง ก็ไม่ต่างอะไรกับการจัดฉากเลย
 
ถ้าตัดเรื่องการ “จัดตั้ง” ในกระบวนการ “สรรหา” ไป ภาพของโครงการนี้ ก็จะเป็นภาพที่สวยหรู เป็นภาพความฝันที่ประชาธิปัตย์วางเอาไว้ แต่ก็อาจจะไม่ต่างจากภาพฝันที่ไม่ต่างจากนโยบายบริหารประเทศ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ที่ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง เมื่อถึงเวลามาสัมผัสกับความเป็นจริง
 
โครงการเยาวชนของพรรคประชาธิปัตย์มีมานานแล้วในนามยุวประชาธิปัตย์ ผมเคยสัมผัสกับบางส่วนของโครงการ ในนาม Democrat Party Youth Action ที่แม้จะออกแบบกิจกรรมให้เรียนรู้อย่างดีที่สุดแล้ว ด้วยการเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับนักการเมืองหัวแถวของพรรค และได้เรียนรู้การเมืองอย่างใกล้ชิด แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่คือกระบวนการคัดเลือกคนรุ่นใหม่ ที่หลายครั้งติดหล่มเส้นสายผู้ใหญ่ในพรรค จากที่จะเป็นโอกาสในการคัดเลือกช้างเผือก ที่มีไม่น้อย ได้แต่นั่งฝันนอนฝันอยู่กลางป่าทุกวี่วัน ในการเข้ามาทำงานกับพรรคการเมืองใหญ่ แต่สุดท้าย คนที่ได้เข้าร่วมโครงการกลับเป็นลูกหลานคนใหญ่โตของพรรค ที่หลายคนไม่ได้อยากเข้ามาร่วมโครงการด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องทำเพราะโดนไฟลท์บังคับ และสุดท้ายก็ได้แค่อีกหนึ่งยุวประชาธิปัตย์ ที่ไม่ได้มีประสิทธิภาพเข้ามาทำงานด้านการเมือง แต่กลับมีแค่หนึ่งบรรทัดสวยหรูในใบสมัครงาน
 
หลักฐาน อาการด้อยประสิทธิภาพของยุวประชาธิปัตย์ ที่เห็นชัดเจนล่าสุด คือในภาวะวิกฤติบ้านเมือง อย่างเช่นช่วงน้ำท่วมปลายปี 2553 คนรุ่นใหม่เหล่านั้นหายไปไหนหมด? ยุวประชาธิปัตย์ที่ผลิดอกออกผลมากว่าสิบรุ่น นับหัวแล้วไม่น้อยกว่าร้อยคน แต่รัฐบาลกลับขาดบุคลากรมาทำงานให้ สะท้อนให้เห็นตั้งแต่ระดับนโยบายของพรรค ที่วนเวียนมือขวามาทำงานให้นายก ที่ตลอด2-3ปีที่ผ่านมาไม่เคยพ้นชื่อ กอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ หรือ อภิรักษ์ โกษะโยธิน
 
เมื่อมาถึงระดับปฏิบัติงาน ที่คนรุ่นใหม่หลายร้อยหัวจากยุวประชาธิปัตย์น่าจะเข้ามามีบทบาท ช่วยลงมือทำงานให้เป็นรูปเป็นร่างให้สมกับภาพฝันที่วางไว้ แต่สุดท้ายกลับต้องไปเรียกใช้บริการหน่วยงานอิสระ ทั้ง Change Fusion ทั้ง Thai Flood และไม่เคยได้ใช้ศักยภาพของคนรุ่นใหม่จากโครงการยุวประชาธิปัตย์ได้อย่างเต็มที่เลย ทั้งด้วยเหตุว่าพรรคไม่เคยยื่นมือไป และตัวเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ผ่านโครงการเองก็ไม่ได้มีใจที่จะทำให้พรรค
 
ข้าพเจ้า ในฐานะคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ กล้ายืนยันว่าทุกวันนี้ คำถามที่โลดแล่นอยู่ในหัวสมองของคนรุ่นใหม่ในไทยหลายคน คือ “เราจะทำอะไรให้กับประเทศได้บ้าง?” กล้ายืนยันจากการได้มีโอกาสลงไปสัมผัส พูดคุย กับคนรุ่นใหม่ กลุ่มแล้ว กลุ่มเล่า เอาแบบที่ไม่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ แบบที่ไม่ต้องติดตามข่าวสารการเมืองเป็นประจำ เอาแค่คนรุ่นใหม่ที่เดินถนน บ่นปัญหาบ้านเมืองบนเฟซบุคนี่แหละ มีมากมายหลายคณานัก แต่ประชาธิปัตย์กลับไม่เคยคว้าคนเหล่านี้มาร่วมงานด้วยได้ หรือถ้าคว้ามาได้ก็กลืนหายไปกับระบอบประชาธิปัตย์ ที่ทุกอย่างต้องผ่านระบบ ที่บางระบบก็ดี แต่บางระบบนี่ก็เชื่องช้า และเต็มไปด้วยการเมืองภายในพรรค
 
เป็นเรื่องดีที่พรรคการเมืองเปิดโครงการเยาวชน กระตุ้นและเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เข้าถึงการเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือกระทั่งพรรคเติ้ง พรรคเนวิน หรือพรรคชูวิทย์ ก็ตาม เพราะไม่ว่าระบบพรรคการเมืองจะดีหรือเลวแค่ไหน แต่นี่ก็คือระบบที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาร่วมมือทางการเมือง ที่เรามีอยู่แล้วในตอนนี้
 
และแม้ว่าในอีกทางหนึ่งฏ้ต้องชื่นชมพรรคประชาธิปัตย์ที่ก้าวนำหน้ากว่าพรรคไหนๆไปหลายขุม ในเรื่องการให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการเมือง และถือว่าเป็นพรรคที่ถือความได้เปรียบ ในการพยายามเชข้ามาพิชิตใจคนรุ่นใหม่ ที่ในความจริงแล้วเป็นขุมกำลังทางการเมืองที่สำคัญมากในหลายๆประเทศ
 
แต่ถึงตอนนี้ ประชาธิปัตย์ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ในการผลิดอกออกผลให้เห็นภาพชัดเจนนัก การคัดเฟ้นคนรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการต่างๆของพรรค สุดท้ายผลอาจจะกลายเป็นการกักตุนช้างเผือกกลัดมันทั้งหลาย ให้กลายเป็นไม้แก่ๆที่ไม่ได้ใช้จินตนาการและพลังสร้างสรรค์ เพราะปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปกับการผูกติดกับพรรคการเมืองที่เก่าแก่พรรคนี้ เท่านั้นเอง