Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 24/06/2017

Scroll to top

Top

สัมภาษณ์ สิริสกุล ใสยเกื้อ

สัมภาษณ์ สิริสกุล ใสยเกื้อ

ที่เห็นและเป็นอยู่
สัมภาษณ์สิริสกุล ใสยเกื้อ: เบื้องหลังแกนนำนปช.
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

สิริสกุล ใสยเกื้อ เดินทางมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ กับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในวันแรกหลังจากได้รับอิสระในฐานะแกนนำนปช. ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับทั้งสองคน ทั้งกับคนที่ถูกควบคุมตัวมาตลอด9เดือน และ คนที่ต้องแบกรับภาระคุณแม่และภรรยาของแกนนำคนสำคัญของนปช.

“เมื่อคืนคุณจตุพรมาอยู่ที่บ้านถึงตีห้า นั่งคุยกับคุณณัฐวุฒิ ตามประสาคนไม่เคยได้อยู่ด้วยกันนาน” สิริสกุลเล่าด้วยเสียงแห่งความสุข

“กว่าจะนอนก็เช้าแล้ว ลูกชายเข้าไปปลุก ตอนแรกไปปลุกก็ยังไม่ตื่น ไม่รู้ตัว” แก้มเล่าถึงวันแรกพี่เต้นสามีของเธอนอกเรือนจำ ด้วยท่าทีที่คล่องแคล่ว

ครั้งแรกสุดที่ผมเห็นคุณสิริสกุล ใสยเกื้อ คือตอนที่แกนนำนปช.ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ด้วยสันชาตญานผู้สื่อข่าว ผมพยายามเข้่าไปสอบถามความเป็นไป ซึ่งท่าทีของสิริสกุล ณ วันนั้น ดูอึดอัด แลดูไม่ต้องการจะเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนมากนัก แต่ถึงวันนี้ หลังผ่านช่วงเวลา9เดือน ที่เธอต้องก้าวขึ้นมารับบทบาทผู้นำครอบครัวและกระบอกเสียงของคุณณัฐวุฒิแบบชั่วคราว ได้สร้างความแกร่งกล้าให้ สิริสกุล ใสยเกื้อ ไม่น้อย

“ทุกวันนี้แก้มก็แข็งแกร่งขึ้น กล้าพูด-กล้าคุยกับสื่อมวลชน 9เดือนที่ผ่านมามันสอนให้เราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นเยอะมาก หลายอย่างเมื่อก่อนเราจะไม่กล้าทำ แต่9เดือนที่ผ่านมาเราเจอมาครบ”

สิริสกุล เงียบไปซักพักแล้วพูดต่อ
“อย่างเมื่อวาน(วันที่เฝ้ารอคำตัดสินของศาล เรื่องประกันตัวชั่วคราว) ถ้าผลออกมาว่าไม่ได้ประกัน ก็ไม่ได้ประกัน เราก็ไม่เสียใจแล้ว เราชินแล้ว เราก็จะสู้ต่อไป เราเจอมาหนักกว่านี้เยอะ แก้มเคยทำใจขนาดว่าวันนึงคุณณัฐวุฒิต้องตายมาแล้ว” สิริสกุลเล่าให้ผมฟัง

“ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?” ผมถาม
“แก้มก็พยายามมาเยี่ยมพี่เต้นทุกวัน ตอนที่ไปเยี่ยมก็ได้พูดคุยกัน ซึ่งแก้มว่าแก้มเป็นคนที่ได้รับกำลังใจมากกว่าเสียอีก เพราะเราแบกรับภาระหลายอย่าง พอได้ไปเจอ ได้ไปเล่าให้พี่เต้นฟัง เค้าก็จะให้กำลังใจกลับมา”

“ช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุด คือตอนไหน?” ผมถาม
“จำได้คืนหนึ่ง เราเป็นไข้หวัดสองพันเก้า แก้มกลัวมาก เพราะแก้มก็ไมรู้ว่าหวัดสองพันเก้านี่มันร้ายแรงยังไงมั่ง หมอบอกว่าต้องให้แก้มนอนโรงพยาบาล แก้มนอนไม่ได้ ลูกสองคนอยู่ที่บ้าน คนนึง3เดือน คนนึงยังไม่ถึงสามปี จะให้แก้มนอนโรงพยาบาลได้ไง”

“แล้วทำยังไงครับ?” ผมถามแทรก
“สุดท้ายหมอก็ให้กลับไปนอนที่บ้าน แต่เราทรมานมาก ทรมานเหมือนจะตาย แล้วเราก็ทรมานที่ไม่ได้ไปดูลูก ลูกนอนอยู่ห้องข้าง จะไปหาก็ไม่ได้เพราะหมอจับแยก แต่ก็ยังดีกว่าทิ้งลูกไว้ที่บ้าน แล้วเรนอนโรงพยาบาล เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเราไม่ไหวแน่ๆ”

สิริสกุล ใสยเกื้อเล่าถึงภาพประทับใจวันแรก หลังจากที่สามีของเธอได้ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ เล่าไปถึงตอนที่คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อเข้าไปพูดคุย ทักทาย โอบกอด ชาดอาภรณ์ ใสยเกื้อ ลูกสาววัย9เดือน ที่เพิ่งคลอดตอน9วันก่อนที่คุณณัฐวุฒิจะถูกควบคุมตัว ทำให้ถึงวันนี้น้องชาดอาภรณ์หรือน้องตราตรึงยังจำหน้าของคุณพ่อไม่ได้่
“เมื่อวานนี้แก้มเห็นพี่เต้นร้องไห้เป็นครั้งแรก คือตั้งแต่รู้จักกันมา แทบจะไม่เคยเห็นน้ำตาของพี่เต้น แต่เมื่อวานได้เห็นเป็นครั้งแรก แล้วพี่เต้นร้องไห้เยอะมากๆ พี่เต้นเอาเท้าของน้องตราตรึงมาจูบ แล้วก็ขอโทษ แก้มรู้สึกได้เลยว่าพี่เต้นคงรู้สึกผิดจริงๆ รู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำหน้าที่คุณพ่ออย่างเต็มที่ตลอด9เดือนที่ผ่านมา”

นอกจากน้องคนเล็กอย่างน้องตราตรึงแล้ว ด.ช.นปก(นะ-ปก) ใสยเกื้อ ผู้ซึ่งถือกำเนิดในช่วงที่คุณณัฐวุฒิเริ่มนำขบวนชุมนุมในนามแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) หรือว่าน้องช้างน้อยก็เคยฝันถึงคุณพ่อ ว่าคุณพ่อได้รับการปล่อยตัวแล้ว ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับ สิริสกุล ใสยเกื้อ ไม่น้อย
“มีเช้าวันหนึ่ง ช้างน้อยเค้าก็วิ่งมาหาแก้ม บอกว่าให้อุ้มตราตรึงลงไปหาคุณพ่อ คุณพ่อมาบ้านแล้ว ลงมารออยู่ข้างล่าง ซึ่งแก้มก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็พยายามบอกเค้า แต่เค้าก็ไม่ค่อยเชื่อ”

แม้จะรู้ดีว่าลูกทั้งสองจะคิดถึงคุณพ่อแค่ไหน แต่ตลอด9เดือน แก้มไม่เคยพาลูกทั้งสองไปเยี่ยมคุณพ่อที่เรือนจำเลย เพราะยังไม่รู้จะให้คำตอบกับลูกยังไง กับภาพที่ลูกทั้งสองต้องเห็น
“คือตัวของน้องตราตรึง เราไม่พาไปเพราะกลัวว่าลูกจะไปติดเชื้อโรค เพราะน้องเขายังเด็กอยู่มาก แต่ส่วนของช้างน้อยนี่โตหน่อยแล้ว แต่ก็ไม่กล้าพาไป เพราะแก้มไม่รู้จะให้คำตอบยังไง เพราะไปแล้วภาพที่เห็นก็ไม่ปกติ มาเจอกันก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน มีกระจกกั้น ต้องคุยผ่านโทรศัพท์ มันไม่ใช่สภาพปกติ แก้มไม่รู้จะอธิบายลูกยังไง เลยยังไม่พาไป”

“เจอเหตุการณ์หนักๆอย่างนี้ เคยคิดขอให้คุณณัฐวุฒิเลิกเป็นแกนนำ หรือลดความดุเดือดในบทบาทไหม?”
“ไม่เลยค่ะ เราให้เค้าทำงานเต็มที่ คือแก้มคิดถึงประชาชนคนเสื้อแดงบ่อยๆ วันนี้แก้มได้อยู่กับสามีแก้มแล้ว ลูกแก้มได้เจอพ่อแล้ว แต่ยังมีคนเสื้อแดงอีกมาก ที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว แล้วแก้มก็ต้องคิดถึงหัวอกของสามี ของลูกๆของแนวร่วมนปช.เหล่านี้ด้วย แก้มเลยไม่เคยคิดเรื่องให้คุณณัฐวุฒิเลิก ที่ผ่านมาคนเสื้อแดงไม่เคยทิ้งคุณณัฐวุฒิ แล้วจะให้คุณณัฐวุฒิทิ้งแกนนำได้อย่างไร?”

บทบาทและสิ่งที่แกนนำนปช.กระทำยังคงถูกสงสัยถึงความชอบธรรมจากสังคมอยู่ แต่9เดือนแห่งความยากลำบาก ในฐานะภรรยาของแกนนำผู้ชุมนุมทางการเมือง ได้สร้างอีกหนึ่งคนเสื้อแดง ที่ไม่ว่าสังคมจะมองว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ถึงวันนี้สิริสกุล ใสยเกื้อ ก็ได้เติบโต และก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งคนเสื้อแดงที่แข็งแกร่งแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่สามีของเธอณัฐวุฒิ ใสยเกื้อถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ

ตามคำปราศรัยที่ณัฐวุฒิได้กล่าวไว้เสมอ “ตัดไปหนึ่ง ก็ถือกำเนิดขึ้นมาได้อีกหนึ่ง” (หรืออาจจะเป็นสิบเป็นร้อยด้วยซ้ำ)