Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 27/07/2017

Scroll to top

Top

มุมเบาๆของคนข่าว [aday124]

มุมเบาๆของคนข่าว [aday124]

มุมเบาๆของคนข่าวนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

(บทความนี้ ตีพิมพ์ใน a day magazine เล่ม 124 หน้าปก Fat Radio ชวนอุดหนุนนะครับ)

เป็นนักข่าวนี่สนุกดีนะครับ ขนาดการเมืองเรื่องที่ดูเครียดๆ ก็มีเรื่องราวให้ชวนยิ้มครับ
นึกภาพดงสัมภาษณ์นักการเมืองที่มีไมโครโฟนรอบตัวอยู่
ช่วงสายๆวันหนึ่ง กับบรรยากาศการสัมภาษณ์ที่ดูเดิมๆ
รัฐมนตรีท่านหนึ่งเดินมาโพสในตำแหน่งพร้อมสัมภาษณ์ – รัฐมนตรีพร้อม
นักข่าวพร้อมปากกา-สมุดจดอยู่ในมือ พร้อมจดข่าว และซักถาม – นักข่าวพร้อม
ช่างภาพ อยู่ห่างไป2เมตร ตั้งขากล้อง กดเรคคอร์ด – ช่างภาพพร้อม
ผู้ช่วย ถือไมโครโฟนจ่อปากรัฐมนตรี เกือบทุกสำนักพร้อม

แต่มีอยู่คนหนึ่ง – ไม่พร้อม
ขัดข้องทางเทคนิคประการใดไม่ทราบ ผู้ช่วยคนนี้มีปัญหากับไมโครโฟนอยู่ (นึกภาพซัก2-3ปีก่อนไมโครโฟนไร้สายยังไม่เป็นที่นิยมมากเท่าทุกวันนี้ ทีมข่าวส่วนใหญ่ก็จะยังใช้ไมโครโฟนแบบมีสายอยู่) ปรากฏว่าเสียงไม่เข้า รัฐมนตรีเริ่มพูดไปแล้วหลายประเด็นข่าว เสียงก็ยังไม่มา

“ไมค์เป็นไร!” ช่างภาพเริ่มตระโกนกดดันผู้ช่วย
ผู้ช่วยได้แต่กุลีกุจอ ดึงสายไมโครโฟน จับหมุนซ้ายหมุนขวา หามุมหาเหลี่ยมที่จะทำให้ไมโครโฟนใช้การได้ทันท่วงที ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะสัมภาษณ์จบ

“เร็วๆดิพี่ ใช้ได้ยัง??” นักข่าวเริ่มส่งคำถามกดดันผู้ช่วย
ผู้ช่วยยิ่งแบกรับความกดดันหนักขึ้น ก็ยิ่งกระชากสายไมโครโฟนแรงขึ้น จนนักข่าวหลายคนเริ่มถูกชักจููงความสนใจ จากรัฐมนตรีมาที่ผู้ช่วยที่ยังแก้ปัญหาไมโครโฟนไม่ได้

ทันใดนั้น

“ปั้ก!!” เสียงกระแทกไมโครโฟนเข้าของแข็ง หลังผู้ช่วยคนนี้ดึงสายไมโครโฟนแรงไป จนกระแทกเข้าริมฝีปากของท่านรัฐมนตรีเข้าอย่างจัง!
ทันใดนั้น นักข่าวก็วงแตก ผู้ช่วยเข้าไปขอโทษขอโพยท่านรัฐมนตรี แต่ส่วนใหญ่วงแตกเพราะกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เกิดมาเพิ่งเคยพบเห็น สัมภาษณ์ไปๆมาๆไมค์กระแทกปากแหล่งข่าวเสียได้…

รัฐมนตรีคนนั้นไม่โกรธครับ แต่ได้ข่าวว่าหลังจากวันนั้น พี่ผู้ช่วยคนนี้ ตื่นเช้าขึ้น เช็คสายไมโครโฟนก่อนไปทำงานทุกเช้า

การเมืองเรื่องเครียดๆ แต่นักการเมืองหลายคนอารมณ์ดีนะครับมีเรื่องนักการเมืองอารมณ์ดีมาเล่าหนึ่งเรื่อง

นึกฉากรุมสัมภาษณ์นักการเมืองเหมือนเดิม
คราวนี้ นักการเมืองพร้อม นักข่าวพร้อม ช่างภาพพร้อม ผู้ช่วยก็พร้อม
แต่คราวนี้โฟกัสมาที่นักข่าว กับภาพสมุดโน๊ตบนมือซ้าย ปากกาจดข่าวบนมือขวา หูฟังแหล่งข่าวไป มือขวาจดเนื้อหาการสัมภาษณ์ไป
ในแวดวงนักข่าวจะรู้ดีว่าสไตล์การจดของนักข่าวแต่ละคนจะแตกต่างกันไป
บางคนฟังยาวๆแล้วจดทีเดียว พวกชั่วโมงบินสูงๆนี่ฟังรวดเดียวไม่จดเลย แต่สรุปเนื้อหาได้หมดก็มี
แต่ถ้าเป็นนักข่าวรุ่นใหม่นี่ มิหาญกล้าทำเช่นนั้นครับ ประเด็นเล็กประเด็นใหญ่ พวกเรา “จดยิก!”

แต่มีนักข่าวอยู่หนึ่งคน “จดยิก” เป็นพิเศษ ประเภทว่าไม่มีตกหล่นซักคำพูดจดยิก-จดรัว ไม่สนใจคนรอบข้าง
เหตุการณ์มาไคลแม็กซ์ตรงที่น้องนักข่าวคนนี้ ดันมาเจอพี่นักการเมืองอารมณ์ดีเข้า

ระหว่างสัมภาษณ์ พี่นักการเมืองคนนี้ เริ่มหันมาสนใจน้องนักข่าวที่กำลัง “จดยิก”
หันมามองสองรอบสามรอบ น้องนักข่าวคนนี้ไม่เคยแหงนหน้ามามองพี่นักการเมืองเลยซักครั้ง ก้มหน้าก้มตา “จดอย่างเดียว”

ผ่านไปหลายประเด็น พี่นักการเมืองอารมณ์ดีคนนี้เริ่มยิ้ม แล้วหันมาสนใจน้องนักข่าวคนนี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่น้องนักข่าวก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ พี่นักการเมืองจะพูดมาก-พูดน้อย พูดประเด็นไหน ก็ไม่เคยหันหน้ามามอง น้องนักข่าวแก “จดยิก อย่างเดียว”
พอมาถึงคำถามท้ายๆ พี่นักการเมืองชักทนไม่ไหว ชะลอสปีดการพูดลง พร้อมเอื้อมมือไปสะกิดน้องนักข่าวคนนั้น
น้องนักข่าวตกใจหันมามอง
พี่นักการเมืองยิ้มแป้นบอก “ไอ้น้อง จดช้าๆหน่อย พี่พูดไม่ทัน!”
วงแตกอีกรอบ คราวนี้ฮาทั้งวง
เว้นก็แค่สองคน

พี่นักการเมืองเดินยิ้ม อารมณ์ดี ขึ้นรถจากไป
ปล่อยให้น้องนักข่าวสงสัย “นี่ชั้นทำอะไรผิดเปล่านี่?”

เขียนเล่าทั้งนี้ เพื่อให้รู้ว่า ตามข่าวอย่าเครียดครับ มุมเบาๆที่ไม่ได้เสนอไปยังมีอีกเยอะ 🙂