Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 25/06/2017

Scroll to top

Top

ดอกไม้จะบาน…

ดอกไม้จะบาน…
เรื่อง: ดอกไม้จะบาน…


“ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน บริสุทธิ์กล้าหาญ จะบานในใจ
สีขาวหนุ่มสาวจะใฝ่ แน่วแน่แก้ไขจุดไฟศรัทธา”

ท่วงทำนองของเพลงดอกไม้จะบาน ที่ประพันธ์โดยคุณจิระนันทน์ พิตรปรีชา วีรสตรีคนเดือนตุลา พรั่งพรูเข้าสู่โสตประสาทของผม ผ่านเจ้าเครื่องไอโฟน4ตัวใหม่ที่ผมเพิ่งได้มา

รอบข้างผมเต็มไปด้วยนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดอกไม้สีขาวทั้งหลายที่ขวั่กไขว่ทำกิจกรรมตามจังหวะของตัวเอง บ้างก็อ่านหนังสือ บ้างก็รีบเดินเพื่อให้เข้าเรียนวิชารอบบ่ายให้ทัน บ้างก็จับกลุ่มเล่นเกมกระดานกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็นั่งจิ้มแบล็กเบอร์รี่อย่างไม่สนใจสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา

นิสิตกลุ่มหนึ่งเดินเกาะกลุ่มเข้ามา ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาที่อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คนหนึ่งถือร่ม อีกคนหนึ่งช่วยถือหนังสือ ทั้ง2ช่วยเหลือกันและกันจนมาถึงใต้ร่มอาคารคณะ แบบไม่โดนฟ้าฝนสาดเทเข้าใส่มากนัก

“เอ๊ะ นี่เดินมาด้วยกันได้นี่ เห็นในทีวีเหมือนจะคิดคนอย่างทางการเมือง?” ผมกระเซ้าถามทั้ง4คน ย้อนภาพจำในทีวี กับวันที่นิสิต-นักศึกษา รวมถึงสนนท. (สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย) ได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุย-เสนอความเห็น ให้กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยบรรยากาศการพูกคุยที่เห็นชัด ว่าแนวคิดของนักศึกษาแบ่งแยกออกเป็น2ฝั่ง

“ไม่หรอกค่ะ ความจริงเราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม อย่างจี๋กับปุนี่ก็เรียนห้องเดียวกัน อย่างฟ่งกับจี๋นี่ก็เรียนโรงเรียนเดียวกัน” ฟ่ง สุวพิชชา สินุธก นิสิตนิติศาสตร์จุฬาเล่าถึงในอดีต ก่อนหันไปยิ้มให้กับเพื่อน คลายความกังวลให้กับตัวผมเองได้มาก ว่ารอบนี้คงไม่ต้องมาเป็นกรรมการมวยทางการเมือง เหมือนที่ผมเคยต้องทำในการสัมภาษณ์วงผู้ใหญ่บางวง

“นี่เวลาอยู่กับเพื่อนเคยจับกลุ่มคุยกันเรื่องการเมืองหรือเปล่า?”

“น้อยพี่ เวลาคุยกันก็คุยกับคนเดิมๆ 2-3คน อย่างมากก็5คน ไม่เคยจับกลุ่มกันได้เกินนี้” ณัฐวร ตรีพรชัยศักดิ์ นิสิตแพทยศาสตร์ ปี5 ตอบผม

“นักศึกษายังสนใจการเมืองยังน้อย?” ผมถามแทรก

“ใช่ ยังน้อยมาก คนชอบมาหมกมุ่นอยู่ว่านิสิตคนนี้เหลือง กลุ่มนั้นแดง แต่ความจริงเอาทุกสีมารวมกันแล้วก็ยังถือว่าน้อยอยู่ น้อยกว่าพวกที่ไม่สนใจ หรือพูดถึงการเมืองและสังคมหลายเท่า” ณัฐวรตอบ พร้อมอธิบายเสริมว่าตัวเองไม่ได้เป็นนปช. ไม่ได้เกี่ยวกับสนนท. เพียงแค่สบโอกาสที่ได้ไปพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี นำไปสู่ข้อเสนอให้คุณอภิสิทธิ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อโอกาสในการหาทางออกให้กับประเทศ

“เรื่องที่ผมถามนายกไป มันไม่ได้มีอะไรลึกซึ้ง มันไม่ได้ซับซ้อน ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมากมายเลย ผมถามไปหนึ่ง เสนอไปหนึ่งข้อ ผมพูดไปแล้วมีคนปรบมือ เพราะมันก็แค่เป็นเรื่องจริง เรื่องที่ผมว่าน่าจะอยู่ในใจของใครหลายๆคน” ณัฐวรพูดถึงคำถามของเขา ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่ากองเชียร์นายกอภิสิทธิ์ไม่น้อย

สายฝนที่โปรยปราย เริ่มเบาบางลง บนโต๊ะตัวที่พวกเรานั่งพูดคุย ฟ่ง-สุวพิชชานั่งอยู่ขวาสุด ติดกับปุรเชษฐ์ มนัสศิริเพ็ญ ทั้ง2ยอมรับว่าความเห็นทางการเมืองส่วนใหญ่จะแตกต่างกับ ณัฐวร ที่นั่งอยู่ติดกับจู๋จี๋-สุญญาตา เลิศละม้าย โฆษกสนนท. โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการดำรงค์ตำแหน่งอยู่ของนายกอภิสิทธิ์ตอนนี้

ณัฐวรพูดถึงบทบาทของนักศึกษาว่า “ข้อดีของการที่เราเป็นนักศึกษาคือการที่สังคมเปิดโอกาสให้เรา เราได้ไปพูดคุยกับนายกแบบที่ประชาชนทั่วไปไม่มีโอกาสได้ทำ แล้วเราก็มีสถานะทางสังคมว่าเราเป็นนักศึกษา อย่างที่วันนี้พี่มาสัมภาษณ์ผมก็เพราะว่าผมเป็นนักศึกษา”

“บางคนว่า เราไปพูดกับนายก ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง?” ผมถามแทรก

“เราก็พอรู้ครับ รู้ว่าพูดไปก็อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่แค่การได้ไปแสดงความคิดเห็นของเรา แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เราไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายกว่านี้” ณัฐวรบอก

สุญญาตาก็มีมุมมองไม่ต่างจากณัฐวรมากนัก และถ้อยแถลงต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง สาวน้อยจากคณะนิเทศศาสตร์เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ทางการเมืองด้วยการชูป้ายประท้วงนายก จนถูกอาจารย์วีระศักดิ์ เครือเทพอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ชี้แจงว่ามีคนหนุนหลังนักศึกษากลุ่มนี้

ซึ่งสุญญาตาตัดพ้อในเรื่องนี้ว่า “เรารู้สึกแปลกใจ เราสงสัยว่าทำไมว่าทำไมเราช่างไม่ได้รับเกียรติกันเลย เหมือนเรากำลังดูถูกดูแคลน จากอาจารย์ที่สอนเราอยู่แท้ๆ แล้วความจริง หนูเชื่อว่า ประชาชนเขาอยากเห็นว่านักศึกษาคิดอะไร แล้วพอพวกหนูแสดงออกมาแล้ว ก็มาคิดว่ามีคนหนุนหลังอยู่”

แต่เรื่องนี้สุวพิชชาให้ความเห็นว่า “ในฐานะนิสิตนักศึกษา พวกเราถือเป็นอนาคตของประเทศชาติ และเสียงของเราที่ออกมา ก็มักจะ”ดัง”หรือได้รับความสนใจจากสังคม เราจึงต้องระมัดระวังความคิดและการแสดงออกของตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่อาศัยสถานะนิสิตนักศึกษาของเราเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายนั้น”

“สังคมไทยคาดหวังกับนักศึกษาไว้มาก เรารู้สึกอย่างไร?” ผมถามพร้อมกับบรรยายกาศการแลกเปลี่ยนความเห็นที่แตกต่างกัน

ปุรเชษฐ์บอก “สังคมไทยคาดหวังกับพวกเราเยอะ แต่กลับสนับสนุนน้อย เขาคาดหวังว่าต่อไปเราจะแก้ไขกับปัญหาโน่นนี่ได้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ-การเมือง เขาคาดหวังว่าวันนี้ ตอนที่เราเป็นนักศึกษาตอนนี้ เราจะเป็นพลังให้กับสังคม แต่ไม่เห็นจะมีเวทีอะไรให้เราได้แสดงความสามารถเลย”

“เรายังทำอะไรให้ประเทศชาติได้มากกว่านี้ เรายังใช้ศักยภาพของเราในฐานะคนรุ่นใหม่ได้ไม่เต็มที่นัก อย่างช่วงเวลาที่มีการทำความสะอาดกรุงเทพ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็น”พลังเงียบ” ออกมากันเยอะมาก แสดงให้เห็นว่า พอมีพื้นที่การแสดงออกแล้ว เขาก็พร้อมที่จะออกมาช่วย และเมื่อบ้านเมืองถึงจุดวิกฤติที่สุด คนกลุ่มนี้ก็พร้อมที่จะออกมา แต่คำถามคือ ต้องรอให้บ้านเมืองถึงจุดวิกฤติเท่านั้นหรือ พวกเราถึงจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง ทำไมไม่ร่วมกันทำก่อนที่บ้านเมืองจะดำเนินมาถึงจุดวิกฤติ” สุวพิชชาตอบ

“แล้วตัวเรา-เพื่อนๆเรา ทำอะไรให้กับสังคมมากพอหรือยัง?” ผมถาม

สุญญาตาตอบ “ยังค่ะ นักศึกษาส่วนใหญ่ มักไม่มองไปไกลกว่าตัวเอง นักศึกษามีแนวคิดเพื่อสังคมน้อยมาก คิดแต่ว่าจะเอาตัวรอดให้อยู่ในสังคมแบบนี้ได้อย่างไร แต่ไม่คิดว่าจะใช้ความรู้เปลี่ยนสังคมได้อย่างไรบ้างส่วนมากจะคิดว่าจบไปแล้วจะทำงานอะไร คิดแต่ว่างานดีๆมีน้อย ถ้าเลือกงานก็จะไม่ได้งาน เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่ไม่มองว่าทำไมเศรษฐกิจถึงไม่ดี แล้วเราจะทำอะไรเพื่อแก้ปัญหาตรงนั้น”

ผมจบการพูดคุยไว้ตรงนั้น และปล่อยให้น้องๆทั้ง4แยกย้ายกลับไปทำหน้านักศึกษาของตัวเองให้ดีที่สุด

“ดอกไม้ ดอกไม้จะบาน…” ผมฟังเพลงเดิมระหว่างเดินทางกลับบ้านด้วยเจ้าไอโฟน4ตัวเดิม ด้วยคิดสนุกในใจว่าตอนนั้นที่คุณจิระนันทน์ประพันธ์เพลงดอกไม้จะบาน คงไม่คาดคิดว่า30ปีต่อมา ชายหนุ่มคนหนึ่งจะได้มารับผังเพลงนี้ผ่านเจ้าอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคที่เรียกว่าไอโฟนเครื่องนี้

….แต่จากแม้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไป แต่ผมเชื่อว่างสิ่งหนึ่งคงจะเปลี่ยนแปลงได้ยาก

ระหว่างทางผมหันมองไปซ้ายขวา ดื่มด่ำบรรยากาศฟ้าหลังฝน ด้วยห้วงความคิดที่ว่า
….จะผ่านไปกี่ปี กี่ยุค กี่สมัย ดอกไม้ก็คงจะยังสดใสบริสุทธิ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่เราจะนำไปปลูกในดินที่ดี และขยันพรวนดินแค่ไหนต่างหาก

หมายเหตุ: บทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่15ตุลาคม2553
ช่วยอุดหนุนด้วยครับ