Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 22/06/2017

Scroll to top

Top

น้ำท่วมโคราช: ความสวยงามท่ามกลางวิกฤติ

น้ำท่วมโคราช: ความสวยงามท่ามกลางวิกฤติ

บันทึกจากโคราช: ความสวยงามท่ามกลางวิกฤติ
นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

(บทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2553)

“ประเทศไทย จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว” คือคำพูดที่ผมได้ยินบ่อยมาก ตลอดช่วงการทำข่าวม็อบตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา

“บ้านของเรา จะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว” เป็นประโยคที่แสลงหูผมมาก ที่แสลงหูไม่ใช่เพราะไม่ชอบ แต่เพราะผมก็กลัวว่า มันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ

พักจากการทำข่าวม็อบมาครึ่งปี ก็มาเจอกับข่าวใหญ่ที่เป็นวาระแห่งชาติ กับข่าวอุทกภัยที่เกิดขึ้นกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลกระทบกับชีวิตคนนับล้าน

ผมรีบจัดกระเป๋าเดินทางออกจากบางนาลงมาที่โคราช ทันทีที่ได้รับภารกิจให้มาทำข่าว ซึ่ง7วันกับการทำข่าวที่โคราช ผมได้ไปเห็นความยากลำบากของประชาชนทุกวัน ทั้งที่ปักธงชัย, เฉลิมพระเกียรติ, โนนสูง, ชุมพวง, และกระทั่งในตัวอำเภอเมืองด้วย
อย่างที่โนนสูงนี่น่าสงสารมากๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนเฒ่า-คนแก่ ลูกหลานเข้าไปทำงานที่กรุงเทพกันหมด สภาพโดยรวมก็กันดารมาก บ้านบางหลังยังไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วยซ้ำ โนนสูงแถบลำมูลนี่ทำนาเป็นส่วนมาก ถ้าขับรถผ่านมาตอนน้ำไม่ท่วม จะเห็นท้องนาสีเขียว สวยอร่ามตามาก ผมคุยกับป้าทอง ป้าแกอายุ67ปี แกบอกว่าเดือนหน้าก็จะได้เก็บเกี่ยวข้าวไปขายแล้ว เสียดายมาก อีกเดือนเดียวจริงๆ แล้วพอมาเจอน้ำท่วมแบบนี้ ป้าทองที่มีนาอยู่ 17 ไร่ ก็ต้องแบกหนี้เพิ่มขึ้นอีกเจ็ดหมื่นแปดหมื่นบาท นี่ยังไม่นับหนี้ก้อนเดิมๆที่ก็น่าจะมีไม่น้อยอีก

ผมหันไปดูท้องนาแล้วปวดใจ ข้าวกำลังแตกรวงสีเขียวสดใสต้องมาอยู่ใต้ผืนน้ำ ที่น่าสงสารมากขึ้นไปอีกคือนาทีนี้หนี้เกือบแสนที่ลุงๆป้าๆต้องมาแบกเพิ่มนั้นกลับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะแค่เอาตัวให้รอดในแต่ละวันก็ยากเย็นแล้ว ข้าวที่ป้าทองเหลืออยู่ก็แค่ก้นกระสอบ ป้าแกบอกว่ากินได้อย่างมากก็ถึงแค่วันเสาร์ ผมนึกแล้วน้ำตาจะไหล ป้าทองที่ทำนาปลูกข้าวมาให้คนอื่นกินมาตลอด นาทีนี้กลับไม่มีข้าวกิน และเฝ้ารอด้วยความหวังว่าคนอื่นจะส่งข้าวมาให้กิน คิดแล้วผมสงสารป้าทองจับหัวใจ

ผมถามป้าทองว่า ป้าอยากได้อะไรไหม เดี๋ยวผมจะเร่งประสานให้ความช่วยเหลือไปถึง ป้าบอก “อะไรก็ได้ลูกเอ้ย มันไม่รู้จะเริ่มตรงไหน มันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว” ผมถาม “เอาเงินเลยไหมป้า?” ป้าบอก “ก็แล้วจะกรุณานะลูก ป้าก็เกรงใจ มันก็ไม่กล้าขอ” ยอมรับว่าผมอ่อนใจกับสิ่งที่ได้ยิน สงสารป้าทองมาก และสัญญากับตัวเองว่าจะหาเงินมาช่วยเหลือป้าทองให้ได้

วันต่อมาผทเดินทางไปที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งก็หนักหนาไม่แพ้กัน ชาวบ้านเจอน้ำท่วมแบบเฉียบพลัน คิดดูครับ คนตามชนบทบางคนถ้าหลับเร็วๆหน่อย เข้านอนตอนซักทุ่มนึง ตื่นมาตอนเช้าน้ำท่วมถึงเข่าแล้ว แถมน้ำขึ้นทุกนาที ตกช่วงบ่ายไม่เหลือสภาพอะไรแล้ว น้ำขึ้นถึงเอว ต้องอพยพอย่างเดียว บ้านผมเคยน้ำท่วมครั้งหนึ่ง ทั้งๆที่บ้านผมสูงหลายชั้น ยังมีพื้นที่เก็บของเยอะ ยังเสียหายเป็นแสน นี่บ้านลุงๆป้าๆที่เฉลิมพระเกียรติเป็นบ้านชั้นเดียวหลายหลัง ข้าวของก็ไม่รู้จะเอาไปหลบน้ำที่ไหน ที่น่าเห็นใจที่สุดคือหัวอกคนที่ต้องอพยพหนีน้ำ ทิ้งบ้านในสภาพที่น้ำเชี่ยวกรากเข้าใส่ คิดถึงแล้วน่าเห็นใจจริงๆ

หัวอกของคนเฒ่า-คนแก่ที่นี่ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากทิ้งบ้าน แค่ลองชวนคนอายุเยอะๆไปเที่ยวที่ไหนไกลๆดูก็จะรู้ คนยิ่งผูกพันธ์กับบ้านมานานเท่าไหร่ยิ่งไม่อยากทิ้งบ้านไปไหน ยิ่งคนต่างจังหวัดนี่เกือบทั้งหมด เป็นประเภทเกิดที่ไหนโตที่นั่น ไม่เคยไปใช้ชีวิตที่อื่นกันทั้งนั้น รอบนี้ต้องมาทิ้งบ้านในภาวะน้ำท่วม ต้องเดินออกจากบ้านมาเห็นน้ำพัดพาเชี่ยวกรากๆ ในมือแบกไปได้แค่เสื้อผ้า 2-3 ชิ้น นีกถึงความรู้สึกของคนเฒ่าคนแก่พวกนี้แล้วก็อดใจหายไมได้จริงๆ

เรื่องของหัวจิตหัวใจของชาวบ้าน ตอนผมไปที่ชุมพวง ก็เป็นอีกที่ที่ผมละนับถือน้ำใจของชาวบ้านจริงๆ คุณป้าที่พาผมเดินเพื่อเข้าไปทำข่าว ตั้งแต่ปากทางยันข้างใน ระยะทางร่วมๆ6กิโลเมตร นี่ก็เสียที่นาไปกว่า 50 ไร่ แต่ตลอดทางผมไม่เคยเห็นแกบ่น หรือ น้อยใจโชคชะตาของตัวเองซักนิด จะมีก็แค่ตอนที่ผมไปสัมภาษณ์จี้ว่าที่นาเสียไปเท่าไหร่ ป้าแกถึงจะเอ่ยปากพูด น้ำท่วมนารอบนี้ เงินที่ลงทุนไปนี่ก็กู้หน้า ข้าวที่เห็นสวยๆนี่เดือนหน้าจะได้เก็บเกี่ยวเอาไปขายแล้ว พอมาเจอสภาพอย่างนี้ก็ต้องแบกรับหนี้ไปอีกหนึ่งปี นี่ยังไม่นับบ้านเรือนที่เสียหายอีกตั้งเท่าไหร่ แต่คุณลุงคุณป้าไม่มีบ่นซักคำ แถมหาข้าวหาปลามาให้ผมกิน หารองเท้ามาให้ผมใส่ หาถ่านไฟฉายมาให้ไมโครโฟนของผมที่ถ่านกำลังจะหมด หัวจิตหัวใจของคุณลุงคุณป้าที่นี่ไม่รู้ทำด้วยอะไร ถ้าผมตกอยู่ในสภาพเดียวกับพวกเขาคงไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรแล้ว สุดยอดจริงๆ

ไม่ใช่แค่ชาวบ้านนะครับที่ผมนับถือจิตใจ คนไทยทั้งหลายทั้งทหาร ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด กู้ภัย อปพร. ผู้ใหญ่ กำนัน อบต. อบจ. หมอ พยาบาล นักข่าว และอีกหลายสิบอาชีพที่ผมไม่มีพื้นที่พอที่จะพูดถึง ที่ต่างก็ลงมือ ลงแรง ร่วมใจกันทำงาน ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ แม้ว่าภาพที่ดูออกไป อาจจะดูวุ่นวายยุ่งเหยิง แต่จะให้มันดูลงตัวเหมาะเหม็งไปหมดได้อย่างไร ในเมื่อเราก็กำลังฟันฝ่าช่วงเวลาแห่งวิกฤติ กับน้ำท่วมรอบนี้วิกฤติที่สุดในรอบชั่วอายุคนโคราช หันไปถามใคร ทุกคนล้วนบอกเป็นคำเดียวว่า “รอบนี้หนักสุดในชีวิต” ซึ่งแน่นอนว่าคนที่อยู่หน้างานย่อมไม่มีใครคุ้นชิน และเตรียมตัวเตรียมใจกับสถานการณ์อย่างนี้

ที่ผมประทับใจคือคนในพื้นที่ โดยเฉพาะแถบชนบทไกลๆความเจริญเนี่ย เค้าเข้าอกเข้าใจกันเองอย่างมากครับ เจอวิกฤติน้ำท่วม พอผมถามชาวบ้านที่โดน แม้ว่าเขาจะเรียกร้องขอความช่วยเหลือ แต่ทุกครั้งเขาก็จะบอกว่า “แต่เราเข้าใจนะว่าตอนนี้มันวุ่นวายไปหมด” ส่วนฝั่งคนที่จะมาช่วย ก็พยายามทำงานเต็มที่ ตอนโดนบ่น-โดนด่า ก็ไม่เคยท้อ บอกแค่ว่า “คนที่โดนน้ำท่วมหนักกว่าเราเยอะ” ชาวบ้านที่โดนน้ำท่วมเขาเข้าใจว่า เราคนไทยทั้งหลายต่างกำลังต่อสู้กับธรรมชาติ ซึ่งก็คือน้ำปริมาณมหาศาลอยู่ เราไม่ได้ต่อสู้กันเอง แต่เราทั้งหลายกำลังช่วยเหลือกันอยู่ เป็นสิ่งสวยงามท่ามกลางวิกฤติขนานแท้ ที่ผมประทับใจมากๆจริง

แต่ผมก็อดเสียดายไม่ได้ ที่ภาพดีๆงามๆพวกนี้ ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นต่อคนที่ไม่ได้โดนน้ำท่วมอยู่ไกลๆ เพราะก็ดันมีแต่ข่าว ส.ส.แย่งผลงานเอาหน้า ฝ่ายโน้น-ฝ่ายนี้ชี้นิ้วด่ากันและกัน เงินบริจาคโดนงุบงิบ บานปลายไปถึงกระแสปล่อยข่าวว่ามีคนตั้งใจทำให้น้ำท่วมเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (ช่างคิดจริงหนอ? ไม่ดูภาวะแวดล้อมเล้ยยย) ผู้ประกาศหลายช่องเล่าข่าวดราม่าๆพวกนี้เยอะจนผมและนักข่าวภาคสนามหลายคนถึงกับงง ว่าไอ้ที่เรานักข่าวภาคสนามดูพวกผู้ประกาศเหล่านี้เล่าข่าวอยู่ นี่มันเป็นพื้นที่เดียวกับเราหรือเปล่า แต่ทำไมที่พูดในห้องส่งกับสิ่งที่เราสัมผัสจริงๆมันช่างแตกต่างอะไรเช่นนี้

แต่เอาเถอะครับ ตัวผมแล้ว ในฐานะคนที่ลงมาทำข่าวภาคสนาม เราก็เดินหน้าทำงาน นำเสนอความจริงต่อไป

ส่วนอีกหนึ่งตัวตนฐานะคนไทย ที่ร่วมอยู่ในวิกฤติครั้งนี้ แม้จะต้องเป็นสักขีพยานกับท้องนานับหมื่นไร่สูญเสียไป บ้านเรือนหลายพันหลังที่สูญสิ้น แต่ลึกๆผมก็อุ่นใจได้อย่าง
ว่าถึงแม้ใครหลายคนจะกลัวว่าบ้านเราจะผุจะพัง จะโดนภัยร้ายแรงแค่ไหน แต่สุดท้ายที่ผมกังวลว่า “บ้านเราจะไม่เหมือนเดิม” ก็หมดไป เพราะถึงบ้านจะโดนอะไรมาหนักแค่ไหน คนในบ้านก็ยังร่วมมือร่วมใจกันถึงที่สุดครับ
หมายเหตุ: สุดท้ายแล้วผมก็สามารถประสานเงินช่วยเหลือทั้งที่โนนสูงและชุมพวงได้ ขอบคุณคุณจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร(บริษัท จัดหางาน เงินและทองพัฒนา จำกัด) ครับ