Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 18/08/2017

Scroll to top

Top

60 นาทีในเรือนจำเพรย์ซอว์

60 นาทีในเรือนจำเพรย์ซอว์

ด้วยความที่ผมเหน็ดเหนื่อยจากการตามข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรมาหลายวัน จึงตัดสินใจพักสายตาขอนอนหลับซักงีบในรถที่กำลังเดินทางไปที่เรือนจำเพรย์ซอว์ ซึ่งห่างจากใจกลางกรุงพนมเปญประมาณ 10 กิโลเมตร พลันที่ลืมตาตื่นก็รู้ตัวทันที่ ว่าตัวผม และทีมข่าวเนชั่นที่ประกอบด้วย ผู้สื่อข่าวอาวุโส ศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี และ ช่างภาพ กอบภัค พรหมเรขา ได้เดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าของเรือนจำเพรย์ซอว์เพื่อขออนุญาตเข้าพบ นายศิวรักษ์ โชติพงศ์ วิศวกรบริษัทCATS ที่ตกเป็นผู้ต้องหาว่าลักลอบนำเอกสารการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ และ สมเด็จ ฮุนเซ็นผู้นำกัมพูชา ออกมาเพื่อเผยแพร่ให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ทีมข่าวเนชั่นมีเป้าประสงค์สอบถามนายศิวรักษ์ถึงข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั้งในไทยและกัมพูชา

ภาพแรกที่ผมลืมตาขึ้นมาเห็นคือด่านตรวจคนก่อนเข้าไปบริเวณเรือนจำ ซึ่งทันทีที่คุณศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี เดินลงจากรถ ผมก็ออกจากรถเพื่อติดตามผู้สื่อข่าวรุ่นพี่ทันที ซึ่งคุณศุภลักษณ์ผู้สื่อข่าวที่ผ่านการทำข่าวจากประเทศที่มีกฏระเบียบเข้มงวด อย่าง พม่า เกาหลีเหนือ รวมถึง ที่กัมพูชาแห่งนี้มาหลายครั้ง ได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่ดักจับไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปในบริเวณเรือนจำ คุณศุภลักษณ์พยายามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยความยากลำบากเนื่องจากเจ้าหน้าที่ 3-4 คนนี้ใช้ภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย

ระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เดินบุ่มบ่ามเข้ามาที่รถแท็กซี่พาหนะที่ทีมข่าวเนชั่นนั่งไป และปรี่ตรงมาที่คุณกอบภัค พรหมเรขา ช่างภาพเนชั่นที่นั่งอยู่ที่เบาะหน้าของรถสัญชาติญาณแรกทำให้ผมเดินตรงไปที่รถ เพื่อเก็บกล้องวิดีโอที่วางอยู่เบาะท้าย เพื่อรักษาอุปกรณ์การทำงานให้ได้ดีที่สุด แต่ช้าเกินไป เพราะภาพที่ผมเห็นคือหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของเรือนจำชาวเขมรคนหนึ่งได้คว้ากล้องวิดีโอคู่ใจของผมไปเป็นที่เรียบร้อย จากมือของคุณกอบภัค พรหมเรขา ซึ่งเจ้าตัวช่างภาพเล่าให้ฟังว่า เขากำลังทดลองว่ากล้องวิดีโอผมใช้งานได้ปกติหรือไม่ ตามสัญชาติญาณของช่างภาพมืออาชีพผมพยายามเดินเข้าไปเจรจาขอกล้องวิดีโอคือจากเจ้าหน้าที่คนนั้น แน่นอนว่าไม่สำเร็จเนื่องจากอุปสรรคทางภาษาและความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่เรือนจำคิดว่าทีมข่าวเนชั่นได้เข้ามาลักลอบถ่ายภาพบรรยากาศเรือนจำเพรย์ซอว์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เชิญคุณศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมข่าวชุดนี้เดินทางเข้าไปในบริเวณเรือนจำเพียงคนเดียว ปล่อยให้ผมและช่างภาพยืนรออยู่ข้างนอก โดยไม่อนุญาตให้ไปไหน และ ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนที่ดูเป็นมิตรและพร้อมสื่อสารกับผมคุณศุภลักษณ์ หายไปในบริเวณหน้าเรือนจำนานกว่า 30 นาที

ตลอดเวลาครึ่งชั่วโมงผมเห็นคุณศุภลักษณ์มีโอกาสออกมาบริเวณถนนทางเข้าหนึ่งครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้เราสองคนพูดคุยกัน ซึ่งกว่าที่ผมจะได้มีโอกาสได้เข้าไปในบริเวณเรือนจำเวลาก็ล่วงมาเยอะจนใกล้เวลาที่เที่ยวบินของคุณศุภลักษณ์จะออกทำให้บรรยากาศเริ่มเร่งเร้าขึ้น ตอนที่ผมกับช่างภาพเดินเท้าเข้าไปตามคำเชิญแกมบังคับของเจ้าหน้าที่ห้อยปืนเอ็ม 16 ของ เรือนจำ เป็นเวลาใกล้ 17.00 น. ซึ่งเข้าช่วงเวลาเลิกงานพอดี ทำให้ภาพที่ออกมาคือทีมข่าวเนชั่นทั้ง 3 คน ถูกบังคับไม่ให้ไปไหนจากเจ้าหน้าที่ดูแลเรือนจำ โดยมีพนักงานเรือนจำในชุดเครืองแบบสีฟ้ากว่า 40 คน ห้อมล้อมอยู่ ซึ่งตลอดเวลาระหว่างที่ทีมข่าวเนชั่นทั้ง 3 ถูกควบคุมตัว คุณศุภลักษณ์ได้พูดคุยผ่านโทรศัพท์กับเพื่อนผู้สื่อข่าวทางกัมพูชา ที่พยายามหาทางช่วยเหลือ

เวลาล่วงมาถึง 17.00 น. คุณศุภลักษณ์ เร่งรัดขอเจรจาเพื่อเดินทางออกจากเรือนจำก่อน เพราะจำเป็นต้องมาให้ทันเที่ยวบินที่จะออกจากกรุงพนมเปญตอน 20.00น. แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นตรงกันข้าม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าทีมข่าวเนชั่นทั้งสามคนยังไม่สามารถไปไหนได้ทั้งนั้น เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจเช็คกล้องวิดีโออยู่ และ อีกหนึ่งชั่วโมงจะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาเข้ามาสอบสวนเพิ่มเติมด้วย ซึ่งคุณศุภลักษณ์ ยื่นคำขาดไปว่า ยังไงคงรอ 1 ชม.ไม่ได้

ถึงวินาทีที่สถานการณ์ตึงเครียดที่สุด ทีมข่าวเนชั่นกลับได้รับข่าวดีจากหัวหน้าเจ้าที่เรือนจำเพรย์ซอว์ ที่เดินออกมาพร้อมอนุญาตให้เราทั้งสามคนออกจากเรือนจำ พร้อมส่งมอบกล้องวิดีโอคืน ได้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรอย่างน่าใจหาย สืบสาวราวความได้ว่าผู้สื่อข่าวชาวกัมพูชาที่คุณศุภลักษณ์คุยทางโทรศัพท์ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของรัฐบาลกัมพูชา และ กรมตำรวจกัมพูชา ทำให้สถานการณ์แปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันควันทีมข่าวเนชั่นเดินทางออกมาจาก เรือนจำเพรย์ซอว์ เวลา 17.15 น. คุณศุภลักษณ์สามารถเดินทางกลับด้วยเที่ยวบินเดิมได้ทัน ผมและคุณกอบภัค ตัดสินใจนอนค้างที่พนมเปญต่ออีกคืน ที่น่าขันคือภาพประกอบที่เห็นทั้งหมดนี้ เกิดจากน้ำมือของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำที่ช่วยถ่ายภาพให้ทีมข่าวเนชั่นแบบไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีใครปิดกล้องที่คุณกอบภัคเริ่มต้นกดถ่ายเพื่อทดลองกล้องตอนแรกไว้ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศ 60 นาทีที่ผมได้สัมผัสเรือนจำเพรย์ซอว์อย่างใกล้ชิด

แน่นอนว่าผมยังแค่โดนควบคุมตัวอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกเหมือนที่คุณศิวรักษ์ โชติพงศ์ แต่ 60 นาทีที่เรือนจำนี้ผมก็รู้สึกได้ถึงวิธีการตัดสินของเรือนจำที่ไร้ระเบียบ ไร้หลักการณ์ และ สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินได้ด้วยคำสั่งจากคนใหญ่ๆโตๆเพียงคนเดียว แน่นอนในกรณีนี้ผมและทีมข่าวเนชั่นได้รับประโยชน์และรอดพ้นจากการถูกกักบริเวณ ซึ่งว่ากันตามตรงผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่คนนั้นกับกรณีนี้ แต่เมื่อคิดถึงกรณีของคุณวิศวกรหนุ่มแล้ว ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงคุณศิวรักษ์ โชติพงศ์ ขึ้นมาจับใจ

Previous Story

There are no older stories.