Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

noppatjak.com | 24/06/2017

Scroll to top

Top

ดวงตาของท้องฟ้า ที่เกาะกง

ดวงตาของท้องฟ้า ที่เกาะกง
หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2551

ที่ทำงานใหม่ผมนี่สุดยอดจริงๆ ทำงานมาไม่ถึงเดือนส่งผมไปต่างประเทศซะแล้ว ได้ไปที่ๆมีความน่าสนใจอย่างเช่นเกาะกง แถมได้ไปกับคนข่าวคุณภาพอย่างคุณอ้อย – ธนานุช ด้วยแล้ว แม้ว่าตลอดการเดินทางจะต้องใส่เสื้อตัวเดียวซ้ำๆกันหลายวัน(เพราะพาลคิดไปเองว่า การเปิดหน้ากับปิดหน้า เราควรจะใส่เสื้อตัวเดียวกัน) จะต้องทานอาหารที่รสชาติแปร่งๆ ต้องแบกขากล้องเดินตามพี่ป๋องช่างกล้องสุดฮา แต่ประสบการณ์6วันที่เกาะกง ถือเป็นการเดินทางที่ผมมีความมากที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว

ช้าก่อนครับ ผมไม่ได้หลงใหลไปกับการพนัน อย่างที่ใครหลายๆคนคงนึกเป็นอย่างแรกถ้าพูดถึง เกาะกง (หรือไม่ก็เป็นอย่างที่สองรองจากคุณทักษิณ) และคงต้องบอกด้วยว่า ความจริงแล้วเกาะกงไม่ได้มีแค่บ่อนการพนันและการลงทุนของคุณทักษิณเท่านั้น

เกาะกงที่ผมหลงใหลคือจังหวัดเกาะกงที่อากาศสดใส
….เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมสามารถ สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดโดยที่ไม่ต้องเกรงกลัวกับมลพิษ

….เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็น ท้องนาแบบที่ผมเคยวาดเอาไว้ตอนเป็นเด็ก (หลายๆคนก็คงเคยวาดภาพทุ่งนา ประเภทที่มีนกเลข 3 อยู่ข้างบน ท้องนาเป็นเส้นตรงทแยงมุมตัดกัน มีพระอาทิตย์แย้มแสงจากภูเขา) นี่แหละครับคือเกาะกงที่ผมรู้จัก ช้าก่อน ผมไม่ใช่ คุณหนูไฮโซ ไม่เคยเห็นท้องไร่ ท้องนา แต่ทุ่งนาที่เกาะกงนั้นแตกต่างจากท้องนาประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยป้ายโฆษณา ป้ายหาเสียง รถแทรกเตอร์ และอะไรอีกมากมายที่ ไม่ใช่ภาพท้องนาที่เราเคยวาดฝันไว้ตอนเป็นเด็ก ท้องนาที่เราได้เห็นสีฟ้าของนภา สีเขียวของทุ่งหญ้า สีน้ำตาลของดินร่วน คลุกเคล้ากับกลิ่นไอบ้านนอกที่ช่างหอมหวาน
….เป็นอีกครั้งที่ผมได้ นั่งชมพระอาทิตย์ตก มองไกลไปอีกหน่อยจะเห็นชาวบ้านขี่รถมอเตอร์ไซค์ ข้ามสะพานเข้าสู่ถนนสาย 48 เส้นเศรษฐกิจเส้นใหม่ ภาพจากดวงอาทิตย์ที่สะท้อนกลับมาที่แม่น้ำ ทำให้ผมรู้สึกถึงลำแสงจากสองแห่งที่ช่างสวยงาม ไร้อาคารสูง ไม่มีควันดำจากมลพิษ มีแต่คนกัมพูชาเดินต้อกๆ กลับบ้านอย่างสบายใจ

…. และเป็นครั้งแรกเท่าที่ผมจำได้ที่ผม ได้เห็นรุ้งกินน้ำ (ที่นั่งเดียวกับที่เห็นพระอาทิตย์ตกดิน) แบบเต็มๆ คือ ตั้งแต่ต้นโค้ง ไปถึงสุดอีกปลาย ไม่มีตึกสูงมากางกั้น มีแต่ผมกับรุ้งกินน้ำเส้นนั้น
ธรรมชาติเหล่านี้คือความฝันของผม คือแรงขับดันที่ทำให้ผมอยากทำงาน อยากทำอะไรดีดี เพื่อว่าวันนึงถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเหล่านี้ น่าแปลกที่ธรรมชาติทั้งหมดนี้กลับอยู่ในฝัน ทั้งๆที่มันคือความจริงที่มีมาโดยตลอด แต่วันแล้ววันเล่า ตึกสูงนับร้อย ก็ดาหน้ามากลบความจริงนั้นไปจนทำให้ภาพท้องฟ้านั้นหมองหม่น
แต่วันนี้ผมได้มาอยู่ในความฝันนั้นอีกครั้ง ความฝันที่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ วิ่งเล่นบนท้องนาที่สดใส พอเหนื่อยก็มานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน เห็นแสงรำไรสุดปลายฟ้า เมื่อฟ้ามืดมัว ฝนพรำก็ยังรู้ว่าความสวยงามของรุ้งกินน้ำกำลังก่อตัว ความฝันที่เป็นจริงที่ทำให้ผมอุ่นใจได้ว่า อย่างน้อยยังมีที่นี่อีกที่นึงที่ผมสามารถหลบมาอยู่ในความฝันได้
เอะ แต่ช้าก่อน….

ผมได้พูดถึงถนนสาย 48 แล้วซินะ….

แน่นอนมันก็เป็นถนนที่นำพาอะไรหลายๆตามมา

…เช่น โรงน้ำตาลริมแม่น้ำ ที่ที่ผมยังสามารถชื่นชมความงามของอาทิตย์ตก โรงน้ำตาลที่กำลังปล่อยควันดำ ทำร้ายท้องฟ้าที่สดใสของผม

…เช่น บ่อนกาสิโนอีกแห่ง ที่ใครบางคนที่อายุจะ60อยู่แล้วยังมีความละโมบอยู่อยากเป็นเจ้าของบ่อนกาสิโนที่ผู้คนที่เข้ามา หน้าดำ คร่ำเครียดไม่ใครสนใจใคร

…เช่น การลงทุนที่จะสร้างผับ บาร์ สร้างเกาะกงเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน อีกแห่ง แหล่งท่องเที่ยวที่ ใครหลายคนจะได้ไปหา หญิงสาว หรือ ชายหนุ่มเพื่อความสุขชั่วข้ามคืน แทนความสุขจากการนั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน
แน่นอนมันก็เป็นถนนที่นำพาอะไรหลายๆตามมาเช่นโรงน้ำตาลริมแม่น้ำ ที่ที่ผมยังสามารถชื่นชมความงามของอาทิตย์ตกเช่น บ่อนกาสิโนอีกแห่งที่ใครบางคนที่อายะจะ60อยู่แล้วยังมีความละโมบอยู่เป็นจังของเช่น การลงทุนที่จะสร้างผับ บาร์ สร้างเกาะกงเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนอีกแห่ง
ถนนสาย 48 ที่ใครๆก็ดีใจ แต่ทำไมผมไม่เห็นจะยินดีปรีดาอะไรไปกับมัน
นภจักษ์ อัตตนนท์ รายงานจากถนนเศรษฐกิจสาย 48 จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา
ปล. ชื่อของผม นภจักษ์ มาจากคำสองคำ นภา + จักษ์ = ดวงตาของท้องฟ้าถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเวลา น้ำตาผมที่มันเกือบคลอตอนนั่งรถออกมาจากเกาะกง อาจจะเป็นน้ำตาของท้องฟ้าหลายๆก้อน ที่ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ภาพที่มันมองเห็นลงไปข้างล่างอาจจะหายไปในอีกไม่ช้า
รักษาธรรมชาติไว้ครับ อย่างที่พี่ดี้บอกในคอนเสิร์ตเฉลียงว่า “ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่สำคัญ เท่ากับโลกใบนี้” เป็นความจริงที่เราเถียงได้ยากครับ